TOP > ALL > GENERAL > มุราคามิ ฮารุคิ กับเรื่องราวบนแผ่นฟิลม์: 3 ภาพยนตร์ฉบับคนแสดงจริงซึ่งเคยเข้าฉายในประเทศญี่ปุ่นเมื่อนานมานี้
GENERAL

มุราคามิ ฮารุคิ กับเรื่องราวบนแผ่นฟิลม์: 3 ภาพยนตร์ฉบับคนแสดงจริงซึ่งเคยเข้าฉายในประเทศญี่ปุ่นเมื่อนานมานี้

การนำโลกแห่งความมืดมัว สลับซับซ้อน และเต็มด้วยเสน่ห์ของมุราคามิ ปรากฎสู่สายตาผู้ชมบนจอเงิน

ในทุกฤดูใบไม้ร่วง จะตรงกับช่วงการประกาศรางวัลโนเบลสาขาวรรณกรรม เรามักพบผู้คนกลุ่มหนึ่งมารวมตัวกันที่บาร์ในโตเกียว เป็นร้านที่เต็มด้วยหนังสือและภาพถ่ายใส่กรอบ เพื่อร่วมลุ้น ภาวนาให้สิ่งที่พวกเขารอคอยอย่างใจจดใจจ่อมาเนิ่นนานนั้นสำเร็จเป็นความจริง “Harukists” คือ ชื่อที่รู้จักกันดีในฐานะกลุ่มแฟนตัวจริงของนักแต่งนวนิยายชื่อดัง มุราคามิ ฮารุคิ ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปนานเพียงใด บรรดาแฟนคลับของมุราคามิยังคงให้การสนับสนุนมุราคามิด้วยดีเสมอมา เพียงหวังให้นักแต่งนวนิยายในใจของพวกเขาได้มีชื่อเสียงระดับโลกในวงการวรรณกรรม

คนกลุ่มนี้ยังเป็นเหมือนตัวแทนของแฟนคลับนับพันคนทั่วโลกที่ไม่สามารถออกมาแฮงค์เอ้าท์ที่บาร์ในโตเกียวเช่นพวกเขา อะไรเป็นเหตุให้มี Harukists กระจายอยู่ทั่วโลก อะไรเป็นเคล็ดลับของมุราคามิในการครองใจแฟนคลับได้ดีถึงเพียงนี้ อะไรทำให้พวกเขาเฝ้าฝันที่จะพานักเขียนที่มีบ้านเกิดในประเทศญี่ปุ่นสู่การเป็นหนึ่งในที่สุดของนักแต่งนวนิยายที่โด่งดังที่สุดในเจเนอเรชันของพวกเขา นั่นเพราะเรื่องราวที่เขาแต่งขึ้นมานั้นล้วนเป็นสตอรี่ที่เขย่าหัวใจ เคล้าระคนความเศร้า และหักมุมที่สุดในยุคของพวกเรา และในบางครั้ง ยังปนด้วยวาระซ่อนเร้นมากมาย นอกเหนือจากที่กล่าวมานี้ด้วย

มุราคามิ ฮารุคิ เกิดที่เกียวโต เมืองหลวงเก่าของประเทศญี่ปุ่นใน ปี ค.ศ. 1949 แต่มาเติบโตที่เมืองโกเบ ก่อนย้ายมาอาศัยที่โตเกียว เพื่อศึกษาต่อในมหาวิทยาลัยเลื่องชื่อ ต่อมาได้เปิดธุรกิจบาร์สไตล์โคซี่แจ๊ส จนเมื่อครั้งมุราคามิ อายุ 29 ปี เขาได้แต่งนวนิยายเรื่องแรกขึ้นมา ชื่อ Hear the Wind Sing” (ค.ศ. 1979) โดยได้รับแรงบันดาลใจจากเกมส์กีฬาเบสบอล นับแต่นั้นเป็นต้นมา เขาได้ฝากผลงานนวนิยายที่จัดว่าเป็น Best Seller ไปหลายเรื่องทั่วโลก ไม่ว่าจะเป็น “1Q84” “Kafka on the Shore” “After the Quake” “Dance Dance Dance” รวมถึง “Norwegian Wood” ผลงานหลายเรื่องของเขาได้รับการกล่าวขานถึงในแง่ ความมืดมน ความเป็นจริงที่คู่ขนานไปอย่างไม่มีวันบรรจบ และกลิ่นอายความเป็น “ตะวันตก” ในบ่อยครั้ง ทั้งยังถูกแปลเป็นภาษาต่างๆ มากกว่า 50 ภาษาด้วยกัน

ในมุมของผู้เขียนบทภาพยนตร์หรือผู้กำกับภาพยนตร์แล้ว การนำนิยายที่มุราคามิ ฮารุคิ มาสร้างเป็นภาพยนตร์จอเงินนั้น ได้กลายเป็นสิ่งชี้วัดความเก๋าในอาชีพและต้องอาศัยความกล้าหาญอย่างมากทีเดียว มุราคามิเองรู้สึกเสมอว่าเป็นเรื่องยากที่จะนิยาม หยิบยก และเป็นไปไม่ได้จริงๆ ที่จะนำเสนอบางสิ่งกับผู้ชมในกลุ่มวัฒนธรรมใดกลุ่มหนึ่ง ในขณะที่ยังมีแฟนคลับคอยสนับสนุนผลงานของตนอยู่ทั่วโลก กระนั้น การนำผลงานเขียนของเขามาสร้างเป็นภาพยนตร์ฉบับนักแสดงจริงเพียงไม่กี่ครั้งกลับประสบความสำเร็จอย่างถล่มทลายเกินความคาดหมาย โดยในครั้งนี้ ทีมงานจึงขอนำท่านให้ได้รู้จักกับ 3 ผลงานเรื่องเยี่ยมของเขาที่ได้รับการสร้างเป็นภาพยนตร์มาแล้ว เพื่อท่านจะได้ค้นพบเหตุผลว่า อะไรเป็นสิ่งที่ทำให้ผลงานของมุราคามิถูกจัดว่าเป็นหนังสือที่ควรค่ายิ่งแก่การซื้ออ่าน และหาดูชมจากจอเงิน

1. Tony Takitani (トニー滝谷), 2005

โทนี่ ทาคิทานิ เรื่องราวสั้นๆ ที่ได้รับแรงบัลดาลใจจากเสื้อทีเชิ้ตที่มุราคามิได้เห็นในงานเปิดท้ายขายของที่มาอุอิ: อ่านได้ว่า “โทนี่ ทาคิทานิ, เฮ้าส์ (ดี)” และชื่อที่ปรากฎบนเสื้อทีเชิ้ตนั้นได้เรียกความสนใจจากมุราคามิได้ไม่น้อย ชวนให้อดสงสัยไม่ได้ว่า คนแบบไหนกันจะมีชื่อแบบนี้ ความอยากรู้อยากเห็นนี้จึงกลายเป็นแรงบันดาลใจในหนังสือของเขา โดยได้วางจำหน่ายในปี ค.ศ. 2002 บอกเล่าเรื่องราวของมิสเตอร์ทาคิทานิ หนุ่มนักวาดภาพประกอบที่เติบโตมาจากการเลี้ยงดูโดยคุณพ่อเลี้ยงเดี่ยวผู้เป็นนักดนตรีแจ๊ส

จากการที่ชื่อของตนเป็น “ฝรั่ง” ทำให้ผู้คนปฏิบัติกับเขาในแบบที่แตกต่างออกไปอย่างสิ้นเชิง โทนี่จึงเลือกที่จะใช้เวลาส่วนมากในการอยู่ลำพังคนเดียว ทำงานให้หนัก เพื่อหาเงินให้ได้มากๆ ก่อนที่จะได้พบกับลูกค้าชื่อ เออิโกะ และแต่งงานกันในที่สุด ชีวิตคู่ของเขาดูมีความสุขดี แต่ทว่า เออิโกะเสพติดการช้อปปิ้งและงานอดิเรกนี้เองทำให้เธอพบกับปัญหาใหญ่ในชีวิต คือ ระหว่างทางที่เธอจะนำเสื้อโค้ทและชุดไปคืนที่ร้านบูติกใกล้บ้าน เออิโกะได้ประสบกับอุบัติเหตุบนท้องถนนจนเสียชีวิตลง ทิ้งโทนี่ให้อยู่อย่างสับสน อ้างว้างเพียงลำพัง

แม้จะไม่ได้เป็นที่รู้จักในเวทีภาพยนตร์สากลนัก แต่ตัวหนังเคยได้รับการกำกับล่าสุดโดย จุน อิชิกาว่า และเป็นหนังที่ได้รับกล่าวขานในบทความของ New York Times ว่า “หนังมีมุมเล็กๆ ที่บอบบาง อ่อนโยน แต่เจ็บจี๊ดอย่างน่าประหลาดใจ” ร้อยเรียงห้วงความคิดที่ลึกซึ่ง มีความเป็นมนุษย์ ทั้งยังรับประกันความอลังการในแบบของมุราคามิด้วย นอกจากนี้ ยังมีเพลงซาวน์แทรคประกอบภาพยนตร์ที่แต่งโดย ริวอิจิ ซากาโมโตะ หนึ่งในนักแต่งเพลงชื่อก้องที่สุดคนหนึ่งของประเทศญี่ปุ่น

นักแสดง: อิซซี่ โอกาตะ, ริเอะ มิยาซาว่า
ผู้กำกับ: จุน อิชิกาว่า

2. Norwegian Wood (ノルウェイの森), 2010

“Norwegian Wood” ได้วางจำหน่ายในปี ค.ศ. 1987 ว่ากันว่าเป็นผลงานเขียนของมุราคามิที่มีชื่อเสียงและเป็นที่รู้จักมากที่สุด ชื่อนี้ยังเหมือนกันชื่อเพลงของ เดอะ บีทเทิ้ล เนื้อเพลงที่พาเราสัมผัสกับเรื่องราวชีวิตของตัวแสดงนำในวัย 37 ปี นามว่า โทรุ วาตานาเบะ ผู้ที่ในหัวใจโหยหาแต่เพียงอดีตที่ผ่านมา ตัวเรื่องบอกเล่าถึงความเศร้าหงอยของตัวแสดงนำสองคน โทรุ และ นาโอโกะ หญิงสาวที่ได้พบโทรุเมื่อครั้งยังเป็นวัยรุ่น

ในเรื่อง นาโอโกะ คือ แฟนสาวของเพื่อนสนิทของโทรุตั้งแต่วัยรุ่น ชื่อ คิซุกิ ผู้ซึ่งดับชีวิตตนเองลงตอนอายุเพียง 17 ปี เป็นการโคจรมาพบกันและเริ่มต้นสัมพันธภาพครั้งใหม่ หลังจากที่คิซุคิจากไปได้หลายปีแล้ว ผู้ชมจะได้เห็นถึงความรักโรแมนติก ความไว้เนื้อเชื่อใจเล็กๆ และความต้องการในกันและกันตลอดทั้งเรื่อง จึงไม่แปลกที่หนังสือเล่มนี้จะเป็นหนังสือที่ต้องไม่พลาดหาอ่าน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง กับวัยรุ่นที่มีอารมณ์แปรปรวน เปลี่ยนแปลงง่ายตลอดเวลา

หนังเรื่องนี้กำกับโดย Tran Anh Hung ผู้กำกับชาวเวียดนามที่ไปใช้ชีวิตในกรุงปารีส และเป็นการนำหนังสือนวนิยายมาสร้างเป็นภาพยนตร์ เข้าฉายครั้งแรกในปี ค.ศ. 2010 ในช่วงหนึ่ง Tran Anh Hung ถือได้ว่าเป็นผู้กำกับที่มีชื่อเสียงมากในกลุ่มภาพยนตร์เวียดนาม ไม่ว่าจะเป็น “The Scent of Green Papaya” และ “The Vertical Ray of the Sun” เป็นเรื่องราวความพยายามในการแปลง “Norwegian Wood” ออกมาเป็นบทภาพยนตร์ดีๆ แม้ในช่วงแรก เราจะเห็นว่า มุราคามิ ไม่ค่อยพูดแสดงความคิดเห็นนัก หลายคนจึงเดาไปว่า เขาน่าจะไม่ชอบให้นำเอาผลงานเขียนของเขาไปสร้างเป็นหนังนั่นเอง

หลังการพบกันที่โตเกียว Tran Anh Hung ได้เขียนบทภาพยนตร์เป็นภาษาฝรั่งเศส และถูกนำไปแปลเป็นภาษาอังกฤษ เพื่อพูดคุยกับมุราคามิ ก่อนที่จะนำไปสร้างเป็นภาษาญี่ปุ่นทั้งหมด ในขณะที่ชื่อเรื่องได้นำมาจากซิงเกิ้ลเพลงของวงดนตรีที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในเจเนอเรชันก่อน อีกทั้ง ยังได้จอนนี่ กรีนวูดมาร่วมสร้างสรรรค์เพลงซาวน์แทรคประกอบหนังเรื่องนี้ พร้อมด้วยนักกีต้าร์และนักเล่นคีย์บอร์ดแนวหน้าจากวง Rediohead หนึ่งในวงดนตรีร๊อกที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในยุคหลังนี้

นักแสดง: เคนอิจิ มัตสึยามะ, รินโกะ คิคุจิ, คิโคะ มิซุฮาระ
ผู้กำกับ: Tran Anh Hung

3. Hanalei Bay (ハナレイ・ベイ), 2018

ชื่อของหนังนำมาจากชื่ออ่าวในเกาะคาไว อ่าวยอดนิยมในฮาวาย ภาพยนตร์แห่งปี 2018 เรื่องนี้เป็นอีกเรื่องที่มีการนำเรื่องสั้นของมุราคามิมาสร้างเป็นภาพยนตร์ฉบับคนแสดง ถ่ายทอดเรื่องราวของ ซาชิ เจ้าของบาร์เปียโน และยังมีสถานะเป็นคุณแม่เลี้ยงเดี่ยวอีกด้วย วันหนึ่งขณะที่ ทาคาชิ ลูกชายวัยรุ่นของ ซาชิ กำลังเล่นกระดานโต้คลื่นอยู่ ได้ถูกฉลามที่ซุ่มอยู่โจมตีและคร่าชีวิตไปในน้ำที่อ่าวฮานาเลย์อันแสนงดงาม และเมื่อครบรอบ 10 ปีของการจากไปของลูกชาย ซาชิ ได้ไปเยือนอ่าวนี้เพื่อระลึกถึงการจากไปของลูกชาย ที่หาดนี้เอง เธอได้พบกับนักเล่นกระดานโต้คลื่นหนุ่มสองคน ผู้ได้เล่าให้เธอฟังถึงหนุ่มนักเล่นกระดานโต้คลื่นผู้เหลือขาเพียงข้างเดียว นามว่า ทาคาชิ

ผลงานการกำกับของ ไดอิชิ มัตสึนางะ เป็นหนังแนวอินดี้กับเรื่องราวของบุคคลที่ชื่อคล้ายคนในความทรงจำ เรโอะ ซาโนะ แห่งเจเนอเรชันป๊อบญี่ปุ่น จากวง Exile Tribe ผู้ซึ่งได้รับความสนใจอย่างยิ่งจากฝืมือการแสดงของเขา ในบทของ ทาคาชิ ขณะที่ แฟนๆ “Terrace House” ยังไม่ลืม ไก ซาโต้ ตำนานนักเล่นกระดานโต้คลื่นแห่งรัฐอโลฮา ผู้รับบทเป็น มิยาเกะ เพื่อนของ ทาคาชิ อีกด้วย

นักแสดง: โย โยชิดะ, เรโอะ ซาโนะ, นิจิโระ มุราคามิ
ผู้กำกับ: ไดอิชิ มัตสึนางะ

มุราคามิ คือ นักเขียนที่จรดน้ำหมึกร้อยเรียงเรื่องราวที่มอบความรู้สึกดีๆ แก่ผู้อ่านไว้มากมาย รวมถึง การถ่ายทอดความรู้สึกของใจที่แตกสลาย ความตาย และครอบครัวที่แยกกันอยู่ ดั่งที่ท่านจะเห็นได้จากหนังเรื่องต่างๆ ข้างต้น ทว่า ยังแฝงด้วยการค้นหาความจริงอย่างเหลือเชื่อและการก้าวต่อไปอย่างไร้คำถามถึงความหมายของมนุษย์ ชนิดที่เราไม่สามารถบรรยายความดีงามอย่างเหลือเชื่อในผลงานของเขาได้ทั้งหมด ไม่ว่าคุณจะพูดภาษาอะไร แต่คุณจะได้พบกับสิ่งมหัศจรรย์ในผลงานของมุราคามิอย่างแน่นอน ทั้งความเป็นสากล และการดึงดูดทุกคนที่ชื่นชอบผลงานของมุราคามิ ผ่านเสียงที่บอกต่อและสิ่งที่ปรากฎผ่านจอเงิน

บทความ โดย ลูซี่ เดย์แมน

RECOMMEND POSTS

ページトップへ