TOP > ALL > LIFESTYLE > ดื่มด่ำไปโลกของเหล้าสาเกญี่ปุ่นที่พร้อมสู่สายตาผู้ชมใน Kampai! For the Love of Sake
LIFESTYLE

ดื่มด่ำไปโลกของเหล้าสาเกญี่ปุ่นที่พร้อมสู่สายตาผู้ชมใน Kampai! For the Love of Sake

ภาพยนตร์สารคดีที่จะมอบความประทับใจยิ่งแก่ผู้ชม ผ่านเรื่องราวของเหล้าสาเกที่เป็นมากกว่าเครื่องดื่ม

MULTIPLE LANGUAGE

ใครก็ตามที่เคยได้ลิ้มลอง เหล้าสาเก (ต้นฉบับภาษาญี่ปุ่นจะออกเสียงว่า ซะเกะ) ชั้นดีมาแล้ว ย่อมยืนยันได้ดีถึงความเรียบง่ายในรสสัมผัสแรกของเครื่องดื่มชนิดนี้ที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความลุ่มลึกและกลิ่นรสดังที่เล่าขานกันมา การดื่มเหล้าสาเกเป็นธรรมเนียมประเพณีที่ชาวญี่ปุ่นสืบทอดกันมาแต่ครั้งโบราณกาล มีหลักฐานปรากฏว่า การดื่มเหล้าสาเกนี้มีมาร่วม 3 ศตวรรษแล้ว เหล้าสาเก หรือ นิฮนชู (Nihonshu เป็นคำในภาษาญี่ปุ่น หมายถึง สุราญี่ปุ่น) เหล้าที่รู้จักกันดีในประเทศญี่ปุ่น และมีความผูกพันเหนียวแน่นกับวัฒนธรรมญี่ปุ่น จนถือว่าเป็นหนึ่งในเครื่องดื่มประจำชาติญี่ปุ่นก็ย่อมได้

นิฮนชูเริ่มเป็นที่หลงไหลในหมู่คนทั่วโลก โดยภายในเวลาไม่นาน นิฮนชูได้กลายเป็นเครื่องดื่มยอดนิยมสำหรับโลกตะวันตกไปแล้ว พร้อมกับการเพิ่มขึ้นของจำนวนบาร์เหล้าสาเก ตลอดจนโรงต้มเหล้าสาเกในประเทศทางตะวันตกนั่นเอง กระนั้นก็ตาม ท่านคิดว่า ท่านรู้จักและเข้าถึงเรื่องราวความปราณีตของงานการผลิตเหล้าสาเกนี้ดีมากเพียงใดหรือ ภาพยนตร์สารคดีเรื่อง Kampai! For the Love of Sake นี้ ผลงานการกำกับของมิราอิ โคนิชิ จะพาท่านรู้จักกับเครื่องดื่มยอดนิยมชนิดนี้ ท่านจะได้เห็นถึงมิติที่สลับซับซ้อนซึ่งซ่อนอยู่เบื้องหลังพลังแห่งการรังสรรค์และมุ่งมั่นของผู้ผลิตที่ส่งต่อเหล้าสาเกนี้ไปยังนักดื่มทั่วโลก

ภาพยนตร์สารคดีที่มีความเป็นสากลเต็มขั้นเรื่องนี้ได้เข้าฉายเมื่อปี พ.ศ. 2558 มากมายด้วยสถานที่ถ่ายทำ ทั้งจังหวัดเกียวโต จังหวัดโอซาก้า ลัดฟ้าไปยังกรุงลอนดอน นิวยอร์ก และอีกหลากหลายสถานที่ เป็นภาพยนตร์ที่เปรียบเสมือนบันทึกประวัติความเป็นมาอันยาวนานในการต้มเหล้านิฮนชูของประเทศญี่ปุ่น อัดแน่นด้วยบรรยากาศการเยือนสถานที่สำคัญต่างๆ ทั่วประเทศ ทั้งยังเป็นเสมือนอนุสรณ์ที่สะท้อนประวัติศาสตร์สมัยใหม่ของเหล้าสาเก ในฐานะที่เป็นเครื่องดื่มที่มอบความสำราญใจแก่ผู้คนในทั่วโลก

ภาพยนตร์เรื่องนี้ ได้หยิบยกเรื่องราวของชายสามคนที่มีภูมิหลังต่างกันอย่างสิ้นเชิง คนแรก คือ นายจอห์น กันท์เนอร์ จากเมืองคลีฟแลนด์ ประเทศสหรัฐอเมริกา ปัจจุบันเป็นผู้บรรยายและเขียนหนังสือเกี่ยวกับเหล้าสาเก ต่อมา คือ นายฟิลิป ฮาร์เปอร์ จากสหราชอาณาจักร ผู้ผันตัวมามีอาชีพทำเหล้า ปัจจุบันทำงานให้กับโรงต้มเหล้าคิโนชิตะในจังหวัดเกียวโต และคนสุดท้าย คือ นายโคซูเกะ คุจิ ลูกชายของนักต้มเหล้า ผู้สืบทอดธุรกิจครอบครัว (นัมบุ บิจิน) เป็นเรื่องราวหลังกลับจากการใช้ชีวิตที่ประเทศสหรัฐอเมริกา สิ่งที่น่าสนใจไม่น้อย คือ การได้รับรู้ว่าแต่ละคนก้าวเข้าสู่เส้นทางสายเหล้าสาเกนี้อย่างไรบ้าง ท่านจะอิ่มเอมไปกับความรักที่พวกเขามีต่อศิลปะการต้มเหล้า เรื่องราวระหว่างเพื่อนร่วมงาน ตลอดจน พลังบางอย่างที่จะพาเราก้าวสู่วันใหม่ ในตลอดการรับชมภาพยนตร์สารคดีเรื่องนี้

เหล้าสาเกเป็นเหล้าที่ได้จากการนำข้าว น้ำและยีสต์มาต้มด้วยกัน ความยากจะอยู่ที่กระบวนการต้มนี้เอง เนื่องจากต้องอาศัยทั้งเวลา และหัวใจที่แน่วแน่ มุ่งมั่นของผู้ต้มเหล้า เหล่านี้เป็นส่วนหนึ่งที่ท่านจะได้เห็นผ่านการรับชมภาพยนตร์ Kampai เรื่องนี้ ด้วยการตัดต่อภาพฉากที่งดงามหลายฉากที่ร้อยเรียงในภาพยนตร์สารคดีเรื่องนี้ พาให้ท่านได้เห็นถึงขั้นตอนที่ต้องอาศัยความวิริยะพากเพียรและทักษะความชำนาญเป็นอย่างมากในการต้มเหล้าสาเก

ฟิลิปเล่าถึงการต้มเหล้าของเขาที่ต้องใช้เวลานานหลายวัน และมักต้องทำในช่วงเวลาตี 5 ครึ่งถึง 3 ทุ่ม เคียงข้างไปกับเพื่อนร่วมงานของเขา โดยในฉากเหล่านี้เราจะได้เห็นถึงความมุ่งมั่นอันแรงกล้าที่ส่องสว่างตลอดการเดินเรื่อง ผู้จัดการของฟิลิปที่โรงต้มเหล้าเปิดเผยว่า ตอนแรก เขาไม่ได้ต้องการจะจ้างคนอังกฤษมาทำงานที่โรงต้มเหล้านี้ด้วย แต่แล้วเขาเองก็เปลี่ยนใจ เพราะคิดว่า คนอังกฤษเองก็สามารถทุ่มเททำงานและมีระเบียบวินัยที่ดีได้เฉกเช่นเดียวกับชาวญี่ปุ่นหัวใจซามุไรเลย

นิฮนชูเป็นผลิตภัณฑ์ที่ได้จากการนำข้าวมาขัด จนส่วนที่หุ้มอยู่รอบนอกของข้าวนั้นหลุดออกไป เพื่อนำมาหมักในเวลาต่อมา สิ่งที่น่าสนใจยิ่งในกระบวนการผลิตนิฮนชูนี้ คือ นิฮนชูเองจะไม่ได้มีท่านสมบัติที่เทียบเท่าสุรากลั่น แต่มีความใกล้เคียงกับเบียร์มากกว่า เมื่อพิจารณาในแง่ของกระบวนการต้ม

ข้าวที่ใช้เป็นวัตถุดิบในนิฮนชูนี้จะผ่านการต้มเคี่ยวด้วยกรรมวิธีที่จะช่วยให้ได้ผิวนอกของข้าวที่แห้งและคงตัวกว่า แต่ยังคงความอ่อนนุ่มและชุ่มชื้นที่เนื้อในข้าวอยู่ องค์ประกอบนี้ช่วยเร้าให้โคจิ (รา) เจริญเติบโตขึ้นไปจนถึงแก่นกลางซึ่งเป็นจุดศูนย์รวมของสตาร์ซนั่นเอง สปอร์ของโคจิจะกระจายตัวในข้าว ก่อให้เกิดเอนไซม์ เนื่องจากโคจิจะเจริญเติบโตขึ้นและทำการย่อยสตาร์ซ เพื่อจะนำผลลัพธ์ที่ได้นี้เข้าสู่กระบวนการหมักต่อไป

โดยธรรมชาติแล้ว การต้มเหล้าสาเกในแบบที่ไม่ใช้ตัวช่วยใดนี้ ย่อมต้องใช้เวลานานมากกว่า และมีความยากยิ่งกว่าในแง่ของการควบคุม แต่เนื่องจากวิธีนี้จะช่วยให้ได้รสชาติที่ลุ่มลึกกว่ามาก และรสชาติสุดพิเศษนี้เอง คือ สิ่งที่นักต้มเหล้าสาเกหลายคนโหยหาและภูมิใจยิ่ง แม้ต้องรับมือกับความเหนื่อยยากสักเพียงใดก็ตาม

ฟิลิปกล่าวไว้อย่างขบขันว่า โคจิเป็นหนึ่งในหลายเหตุผลที่ทำให้​เห็ดและเหล้าสาเกสามารถเข้ากันได้ดีมาก​แต่ไหนแต่ไรมา เนื่องจากทั้งสองต่างมีสถานะเป็นเชื้อรานั่นเอง จอห์นเล่าว่า หลายทฤษฏีได้พูดถึง การจับคู่ทานอาหารทานกับเหล้าสาเก ทั้งที่จริงแล้ว เรื่องนี้ไม่มี “กฎ” ใดที่ตายตัวเลย เฉกเช่นเดียวกับ​การเลือกอาหารทานร่วมกับการดื่มไวน์นั่นเอง ท่านจึงสามารถเพลิดเพลินกับรูปแบบการดื่มเหล้าสาเกได้อย่างไร้ข้อจำกัดด้วยเช่นกัน

แต่เดิมมา เจ้าของโรงต้มเหล้าสาเกจะไม่เข้ามาก้าวก่ายหรือแทรกแซงกระบวนการต้มเหล้าสาเกนี้ มีแต่จะทำหน้าที่เฉพาะในส่วนของการส่งเสริมการขาย และการเป็นหน้าตาของบริษัทเท่านั้นเอง สิ่งนี้ได้นำความยุ่งยากใจมาให้โคซูเกะหลายประการ เนื่องจากตัวเขาต้องการมี​ส่วนร่วมในกระบวนการพัฒนา ปรับปรุง​เหล้าสาเกด้วยนั่นเอง เขาเล่าว่า หลายครั้งเขาถูกเพิกเฉย เวลาที่เขาพยายามจะเข้าไปเปลี่ยนแปลงบางอย่าง แต่เขาก็ไม่ลดความพยายามในการทำอย่างนั้น จนเขาสามารถพาโรงต้มเหล้าของเขาคว้ารางวัลทองคำชนะเลิศด้านเหล้าสาเกมาได้ในที่สุด เขาได้ริเริ่มแนวทางการสรรหาบุคลากรในรูปแบบที่จ้างงานเฉพาะ​ผู้ที่เป็นน้องใหม่ในวงการเท่านั้น ในทุกครั้งที่พนักงานสูงวัยของเขาเริ่มเข้าสู่วัยเกษียณ เพราะน้องใหม่เหล่านี้ไม่ได้รู้สึกติดขัดอะไรที่จะต้องรับคำสั่งของเขา ส่งผลให้บริษัทเขาของเติบโตขึ้น สิ่งนี้ยังได้สะท้อนให้เห็นถึงลักษณะการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นกับอุตสาหกรรมเหล้าสาเก เราจึงได้เห็นว่าอุตสาหกรรมนี้ได้กลายเป็นส่วนสำคัญหนึ่งในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจยุคใหม่ของประเทศญี่ปุ่นในปัจจุบัน

ภาพยนตร์สารคดีเรื่องนี้ยังพาเรารับรู้ด้วยว่าอุตสาหกรรมเหล้าสาเกนี้ได้รับผลกระทบอย่างไรบ้างจากเหตุการณ์แผ่นดินไหวและคลื่นซึนามิครั้งใหญ่ที่เกิดขึ้นทางฝั่งตะวันออกของญี่ปุ่น เมื่อ 11 มีนาคม พ.ศ. 2554 เมื่อโคซูเกะมองจังหวัดอิวาเทะ หนึ่งในพื้นที่ที่ได้รับความเสียหายมากที่สุดของภัยพิบัติครั้งนี้ ก็เผลอคิดไปแล้วว่า เหล้าสาเกคงเดินทางมาถึงจุดจบเสียแล้ว เพราะผู้คนต่างได้รับการประชาสัมพันธ์ให้หลีกเลี่ยงรายจ่ายประจำวันที่ฟุ่มเฟือย อีกทั้ง เศษรฐกิจโดยส่วนใหญ่ของพื้นที่นี้ในเวลานั้นยังพิงพึงธุรกิจการค้าขายเหล้าสาเกอยู่ โรงต้มเหล้าท้องถิ่นหลายรายในพื้นที่นี้ก็ได้รับความเสียหาย ถูกทำลาย

อย่างหนัก เขาได้เล่าถึงสิ่งเขาได้ลงมือเพื่อรับมือกับสถานการณ์นี้ (การเผชิญหน้าครั้งสำคัญกับการสะท้อนกลับทางการเมืองขั้นรุนแรงในครั้งนั้น) เขาหันหน้าเข้าหาสื่อสังคมเพื่อกระจายแหล่งงานและกระตุ้นเร้าให้ผู้คนได้กลับมาดื่มเหล้าสาเก โดยเริ่มต้นจากภูมิภาคที่ได้รับความเสียหายในครั้งนั้น ควบคู่ไปกับการลงมือช่วยเหลือผู้คนที่นั่นด้วย วิดีโอของเขาเป็นที่กล่าวขานไปทุกที่ ทั้งสื่อท้องถิ่น ตลอดจน บีบีซี (บรรษัทกิจการการกระจายเสียงและแพร่ภาพแห่งประเทศอังกฤษ) และหนังสือพิมพ์เดอะนิวยอร์กไทมส์ ส่งผลให้เหล้าสาเกได้ก้าวเข้าสู่การเป็นเครื่องดื่มระดับโลกอย่างแท้จริง

ในภาพยนตร์สารคดีนี้ ท่านจะพบว่า การต้มเหล้าสาเกเป็นงานที่มีวิวัฒนาการอยู่ตลอดเวลา และหนึ่งในคำคมที่จะตรึงหัวใจผู้ชมภาพยนตร์สารคดีเรื่องนี้ไม่น้อย คือ คำกล่าวที่ว่า “ท่าน คือ มือใหม่ ในทุกปี” นั่นเพราะแม้กรรมวิธีการต้มเหล้าจะคงที่ตายตัวก็ตาม แต่เหล้าสาเกและงานการต้มเหล้าจะไม่เป็นเช่นเดิมอย่างแน่นอน การเรียนรู้ในงานนี้ไม่ได้ต่างจากงานช่างฝีมืออื่นใด คือ เป็นสิ่งต้องเรียนรู้กันไปตลอดช่วงชีวิต

ภาพยนตร์เรื่องนี้จะพาเราสัมผัสกับความมุ่งมั่น ตั้งใจและความใส่ใจในการผลิตเครื่องดื่มชนิดนี้ ทั้งยังพาเรารับรู้ถึงความหลงไหลอย่างที่สุดที่ทุกคนซึ่งปรากฏในภาพยนตร์สารคดีนี้มีต่อเหล้าสาเก เหล้าที่มีความหมายมากกว่าการเป็นเพียงเครื่องดื่ม แต่เป็นของขวัญล้ำค่าที่สืบทอดกันมาท่ามกลางชาวญี่ปุ่นหลายชั่วอายุคน

บทความโดย เจสสิก้า เอะซะ

RECOMMEND POSTS

ページトップへ