TOP > ALL > GENERAL > 6 ภาพยนตร์ญี่ปุ่นสุดอบอุ่นหัวใจที่ผู้รักสุนัขทุกท่านไม่ควรพลาดชม
GENERAL

6 ภาพยนตร์ญี่ปุ่นสุดอบอุ่นหัวใจที่ผู้รักสุนัขทุกท่านไม่ควรพลาดชม

เพื่อนที่ดีที่สุดของมนุษย์พร้อมปรากฏสู่สายตาผู้ชมผ่านจอภาพยนตร์แล้ว

เป็นที่ทราบอยู่ว่า ประเทศญี่ปุ่นจัดเป็นประเทศที่รักและใส่ใจแมวเป็นอย่างมาก (เห็นได้จากร้านคาเฟ่แมวที่กำลังได้รับความนิยมเป็นอย่างมากทั่วประเทศญี่ปุ่นในเวลานี้) แต่อย่าลืมว่าในอีกด้านหนึ่ง ประเทศญี่ปุ่นยังให้ความเอ็นดูเหล่าสุนัขไม่น้อยด้วยเช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นสุนัขพันธุ์ชิบะและสุนัขพันธุ์อาคิตะซึ่งเป็นที่คลั่งไคล้ของใครหลายคน ตลอดจนสุนัขพันธุ์เทอเรียร์น้องหมาร่างเล็กที่มาพร้อมกับลุคคุณหนูสุดเรียบร้อย ภาพสุนัขเหล่านี้วิ่งเล่นกับเจ้าของจึงเป็นภาพที่เราสามารถพบเห็นได้ทั่วไปในกรุงโตเกียว จึงไม่ผิดเลยที่จะกล่าวได้ว่า ประเทศญี่ปุ่นคือประเทศของบรรดาน้องหมาอย่างแท้จริง ภาพยนตร์ญี่ปุ่นหลายเรื่องจึงได้มีการบอกเล่าถึงความรัก ความผูกพันที่มนุษย์และสุนัขมีต่อกัน ทั้งแนวละครเอพิคและแนวครอบครัว และนี่คือ ภาพยนตร์หกเรื่องเยี่ยมที่เราคัดสรรมาอย่างดีเพื่อท่าน

 1.ฮาชิโกะ ยอดสุนัขผู้ซื่อสัตย์

ภาพยนตร์แห่งปี พ.ศ. 2530 เรื่องนี้สร้างขึ้นจากเรื่องจริง สะท้อนเรื่องราวของ “สุนัขที่ซื่อสัตย์ที่สุดในประเทศญี่ปุ่น” นามว่า ฮาชิโกะ สุนัขที่จะไม่มีวันเลือนหายไปจากใจเราทุกคน และเพื่อเป็นการระลึกถึงฮาชิโกะ จึงมีการสร้างเป็นรูปปั้นฮาชิโกะ ขึ้น โดยตั้งตระหง่านอยู่บริเวณด้านนอกของสถานีรถไฟชิบุย่า ภาพยนตร์เรื่องนี้ได้รับการตอบรับอย่างดีเยี่ยมในประเทศญี่ปุ่นมาแล้ว จนต่อมา ได้ถูกนำไปปรับเป็นภาคภาษาอังกฤษโดยการแสดงนำของริชาร์ด เกียร์ ภาพยนตร์เรื่องฮาชิโกะ ยอดสุนัขผู้ซื่อสัตย์ หรือชื่อภาษาญี่ปุ่นว่า ฮาชิโกะ โมโนกาตาริ เรื่องนี้จะพาผู้ชมร่วมส่งความสงสารอย่างจับใจแด่สุนัขตัวนี้ ผ่านมิตรภาพอันแน่นแฟ้นที่มีระหว่างสุนัขพันธุ์อาคิตะ นามว่า ฮาชิ (หรืออาจเรียกให้สนิทมากขึ้นว่า “ฮาชิโกะ”) และศาสตราจารย์ท่านหนึ่งผู้นำพาฮาชิโกะมายังสถานที่แห่งนี้
ทั้งศาสตราจารย์และฮาชิต่างมีความใกล้ชิดสนิทสนมกันมากประหนึ่งเป็นคนๆ เดียวกัน ฮาชิเริ่มต้นแต่ละวันของมันด้วยการเดินปรากฏตัวให้ผู้คนละแวกใกล้เคียงได้เห็น ฮาชิจะมารอเจอกับนายของมันที่สถานีรถไฟชิบุย่าทุกเย็นหลังเวลาเลิกงานของนาย เพื่อจะเดินกลับบ้านเป็นเพื่อนนายมันเสมอ แม้วันหนึ่ง ศาสตราจารย์ผู้เป็นนายของมันได้เสียชีวิตลงอย่างกะทันหันก็ตาม พระเอกเขี้ยวคมของเราในเรื่องยังคงเดินไปยังสถานีรถไฟดังกล่าวนี้ทุกวัน วันแล้ววันเล่า ต่อเนื่องเป็นเวลา 9 ปีจนวาระสุดท้ายของชีวิตมัน ทุกวันมันจะรอคอยการกลับมาของนายที่รักผู้พลัดพรากจากมันไปอย่างไม่มีหวนกลับมา ว่ากันว่า ฮาชิเป็นสุนัขที่มีชีวิตอยู่จริงในประวัติศาสตร์ คือ ในช่วงระหว่างปี พ.ศ. 2466 ถึง พ.ศ. 2478 ภาพยนตร์เรื่องนี้นอกจากจะเรียกน้ำตาผู้ชมท่วมท้นจอแล้ว ผู้ชมจะได้ย้อนวันวานไปกับฉากหลังซึ่งเป็นภาพของกรุงโตเกียวในช่วงต้นศตวรรษที่ 20 อีกด้วย

นักแสดงหลัก:ทัตสึยะ นาคาดาอิ และคาโอรุ ยาชิงุสะ
ผู้กำกับ: :เซอิจิโร่ โคยาม่า

 2.10 ข้อสัญญาน้องหมาของฉัน

ภาพยนตร์ที่ออกสู่สายตาผู้ชมมาแล้วเมื่อปี พ.ศ. 2551 ถ่ายทอดเรื่องราวความผูกพันระหว่างเด็กสาวกับน้องหมาของเธอ ในบรรยากาศอันงดงามของเกาะฮอกไกโด ซึ่งตั้งอยู่ทางตอนเหนือสุดของประเทศญี่ปุ่น เรื่องราวที่เริ่มต้นจาก “คำสั่ง 10 ข้อจากผู้เป็นเจ้าของน้องหมา” (โดยเรียบเรียงคำพูดผ่านมุมมองของน้องหมา) อาคาริ หญิงสาวที่พ่อของเธอต้องใช้เวลาส่วนใหญ่ทำงานนอกบ้านและแม่ของเธอที่กำลังจากเธอไป ได้รับน้องหมาพันธุ์โกลเด้นริทรีฟเวอร์เข้ามาในชีวิตเธอและตั้งชื่อให้ว่า ซอคส์ (ที่แปลว่า ถุงเท้า) ซอคส์ได้กลายเป็นเพื่อนสนิทที่สุดของเธอ และมีบทบาทสำคัญในการให้กำลังใจเธอในยามที่แม่ของเธอจากโลกนี้ไป หากแต่เมื่อเวลาผ่านไปราว 10 ปี บริบทชีวิตของเธอได้เปลี่ยนแปลงไป อาคาริเติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่มีความคิดอ่านซับซ้อนเป็นตัวของเธอเอง เธอไม่สามารถดูแลซอคส์ได้ตลอดเวลาเช่นเคย เธอเริ่มห่างหายจากการไปเยี่ยมเยือนซอคส์ จนวันหนึ่งที่ซอคส์สิ้นลมอยู่ในที่นอนของมัน อาคาริโผเข้าไปอยู่ข้างที่นอนนั้น และได้อ่านทบทวนข้อความ “คำสัญญา 10 ข้อ” ที่เธอเคยให้กับน้องหมาของเธอไว้ หมาที่รอคอยการกลับมาของเธอทุกขณะลมหายใจ

นักแสดงหลัก:เรนะ ทานากะ และเรียว คาเสะ
ผู้กำกับ:คัตสึฮิเดะ โมโตคิ

 3.แอนตาร์กติกา

ภาพยนตร์ที่สร้างจากเรื่องจริงที่เกิดขึ้นที่ทวีปทางขั้วโลกใต้ ในดินแดนอันลึกลับและกว้างใหญ่ไพศาล ดินแดนที่ผู้คนขนานนามว่า แอนตาร์กติกา ย้อนไปเมื่อปี พ.ศ. 2501 คณะนักสำรวจชาวญี่ปุ่นถูกส่งเข้าไปสำรวจพื้นที่แห่งนี้พร้อมด้วยสุนัขพันธุ์ซัคคาลินลากเลื่อนที่เป็นเพื่อนนำทาง เมื่อคณะเดินทางต้องเอาชีวิตรอดจากสภาพอากาศที่เลวร้ายสุดขั้ว สุนัข 15 ตัวต้องถูกทิ้งไว้ที่นี่เพื่อปกป้องชีวิตของคณะนักสำรวจให้รอดปลอดภัย โดยในปีต่อมา คณะนักสำรวจได้เดินทางกลับมายังแอนตาร์กติกาอีกครั้ง และได้พบกับทาโร กับจิโร สุนัข 2 ตัวที่ยังเหลือรอดชีวิตอย่างน่าอัศจรรย์ โดยในชีวิตจริง ทาโรและจิโรได้กลายเป็นวีรบุรุษระดับประเทศ ร่างของมันได้รับการดองไว้และจัดแสดงเพื่อเป็นที่ระลึกถึงอย่างสุดหัวใจทั้งที่ฮอกไกโด และอุเอโนะ กรุงโตเกียวตามลำดับ ด้วยธีมเรื่องที่สะท้อนถึงความอุตสาหะพยายาม และความซื่อสัตย์ของบรรดาสุนัข ทำให้ภาพยนตร์เรื่องนี้มีกระแสตอบรับที่ดีเยี่ยมในประเทศญี่ปุ่น และต่อมา ได้มีการปรับเค้าโครงเรื่องให้เป็นแนวหนังฮอลลีวูด ในชื่อว่า Eight Below หรือ ปฏิบัติการ 8 พันธุ์อึดสุดขั้วโลก

นักแสดงหลัก:เคน ทาคาคุระ และสึเนะฮิโกะ วาตาเสะ
ผู้กำกับ: :โคเระโยชิ คุริฮาระ

 4. Seven Days of Himawari and Her Puppies

ณ ศูนย์รับดูแลสัตว์เลี้ยง มีกฎว่า หากสุนัขตัวใดไม่มีเจ้าของมารับไปดูแลภายใน 7 วัน สุนัขจะต้องถูกฆ่าตายด้วยวิธีการที่ไม่เจ็บปวดทรมาน แม่สุนัขและลูกสุนัขจึงล้วนมีชีวิตที่แขวนอยู่บนเส้นด้ายแห่งความตาย โชจิ ชายผู้ทำงานที่ศูนย์รับดูแลสัตว์เลี้ยงแห่งนี้ต้องอธิบายให้ลูกสาวของเขาเข้าใจถึงสิ่งที่จะเกิดขึ้นกับสุนัขแต่ละตัว แต่เมื่อลูกสาวของเขารู้ความจริงนี้เข้า เธอถึงกับปฏิเสธไม่พูดกับพ่อของเธออีก ด้านโชจิเองก็พยายามอย่างมากที่จะยืดเวลาของแม่สุนัขออกไปให้นานขึ้น หากแต่ข้อจำกัดเรื่องเวลาที่บีบรัด ในที่สุด เขาตัดสินใจจับมือกับลูกสาวของเขาและเพื่อนสัตวแพทย์ในการทำตามความปรารถนาของเธอ และช่วยชีวิตบรรดาลูกสุนัขไว้ในเวลาเดียวกัน ภาพยนตร์แนวเมโลดราม่าเรื่องนี้จะพาผู้ชมสัมผัสถึงวันอันแสนโหดร้ายในศูนย์รับดูแลสัตว์หลายแห่งในประเทศญี่ปุ่น คละเคล้าไปกับไออุ่นแห่งความรัก ความเห็นใจ เมตตาที่คนมีต่อสัตว์อย่างสุดซึ้งเหนือคำบรรยายในเวลาเดียวกันด้วย

นักแสดงหลัก:มาซาโตะ ซากาอิ และมิกิ นากาทานิ
ผู้กำกับ: :เอมิโกะ ฮิรามิตสึ

 5.คินาโกะ

ภาพยนตร์ที่สร้างจากเรื่องจริงของเคียวโกะ ครูฝึกสอนสุนัข และคินาโกะ สุนัขตำรวจฝึกหัดที่ร่วมกันถ่ายทอดความซาบซึ้งใจที่มีต่อกัน ผ่านช่วงเวลาที่ต้องก้าวข้ามอุปสรรคต่างๆ มากมาย บางคนบอกกับเคียวโกะว่า คินาโกะเป็นสุนัขที่อ่อนแอเกินไปที่จะเป็นสุนัขตำรวจ แต่เธอไม่สนใจคำพูดนั้น เธอยังคงมุ่งมั่นฝึกฝนคินาโกะ สุนัขสายพันธุ์ลาบราดอร์ รีทรีฟเวอร์ตัวนี้ให้กลายเป็นสุนัขตำรวจต่อไปให้จนได้ ไม่กี่ปีหลังการฝึกสอนผ่านไป ความงุ่มง่าม เงอะงะของคินาโกะยังคงทำให้เคียวโกะรู้สึกขายหน้าผู้คนอยู่เสมอ เธอสอบตกการทดสอบครั้งแล้วครั้งเล่า จนเธอรู้สึกสิ้นหวัง และตัดสินใจหันหลังให้โรงเรียนฝึกสอนสุนัขไป จนวันหนึ่ง คินาโกะก็ได้พิสูจน์ให้ทุกคนได้เห็นว่า มันเป็นสุนัขตำรวจที่มีค่ายิ่งจริงๆ ภาพยนตร์เรื่องนี้ถ่ายทำในจังหวัดคากาว่า ซึ่งตั้งอยู่ทางตอนใต้ของประเทศญี่ปุ่น ผู้ชมจะได้อิ่มเอมไปกับทิวทัศน์อันแสนงดงามในหลายฉากตลอดการรับชมภาพยนตร์เรื่องนี้อย่างแน่นอน

นักแสดงหลัก:คาโฮะ และยาสุฟุมิ เทราวากิ
ผู้กำกับ: :โยชิโนริ โคบายาชิ

 6. Star Watching Dog

ภาพยนตร์ที่มีเค้าโครงเรื่องจากการ์ตูนที่มีชื่อเดียวกันนี้ เป็นการย้อนเรื่องราวแห่งมิตรภาพของชายนิรนามกับแฮปปี้ สุนัขแสนรักของเขา ก่อนที่จะพบว่าพวกเขาสิ้นลมหายใจในรถตู้ของชายเจ้าของสุนัข เคียวสึเกะ ชายหนุ่มนักสังคมสงเคราะห์ได้รับมอบหมายให้ดูแลเคสนี้ เขาพยายามปะติดปะต่อเรื่องราวชีวิตของพวกเขาในช่วงหลายวันก่อนที่พวกเขาจะจากโลกนี้ไป โดยการคลำทางจากใบเสร็จหลายใบที่พบในรถของชายนิรนามคนนี้เพื่อแกะรอยเส้นทางที่พวกเขาได้เดินทางผ่านมา การแกะรอยครั้งนี้ได้นำพาให้เคียวสึเกะเดินทางไปตามสถานที่ต่างๆ ทั่วประเทศ ที่ซึ่งชายนิรนามคนนี้ย่างก้าวไปจนช่วงวาระสุดท้ายของชีวิต ระหว่างการแกะรอย เขาได้ค้นพบมิตรภาพอันเหนียวแน่นที่แฮปปี้และนายของมันมีให้แก่กันและกัน ทำให้เขารับรู้ได้ว่าแฮปปี้เป็นสุนัขที่พิเศษมาก คอยอยู่ใกล้ชิดชายนิรนามคนนี้เหมือนลูกแท้ๆ และโดยเฉพาะอย่างยิ่ง ภาพความอบอุ่นที่ทั้งสองนั่งลงในท่ามกลางทุ่งดอกทานตะวันและจ้องมองดวงดาวร่วมกันอย่างมีความสุข

นักแสดงหลัก: โทชิยูกิ นิชิดะ และเท็ตสึจิ ทามายามะ
ผู้กำกับ: : โทโมยูกิ ทาคิโมโตะ

สำหรับคนรักน้องหมา ภาพยนตร์เหล่านี้จะร่วมกันตอกย้ำท่านถึงสิ่งที่วิเศษที่สุดที่บรรดาน้องหมาสามารถทำให้มนุษย์ได้ ความรัก ความผูกพันของคนญี่ปุ่นกับสัตว์เลี้ยงซึ่งเป็นมิตรแท้ในชีวิตของพวกเขาจะพาท่านอบอุ่นหัวใจอีกครั้ง ทั้งยังครบด้วยทุกอรรถรสการรับชม ทั้งซาบซึ้ง โศกเศร้า และเคล้าเสียงหัวเราะไปพร้อมกัน

บทความ: คิริ ฟอลส์

RECOMMEND POSTS

ページトップへ