TOP > ALL > GENERAL > ภาพยนตร์ญี่ปุ่น 5 เรื่อง ที่ผู้คนกล่าวถึงในปี 2018: ภาค 2
GENERAL

ภาพยนตร์ญี่ปุ่น 5 เรื่อง ที่ผู้คนกล่าวถึงในปี 2018: ภาค 2

ภาพยนตร์อีก 5 เรื่องที่ท่านไม่ควรพลาดชมในปีนี้ หลากหลายตั้งแต่ภาพยนตร์ซอมบี้ ไปจนถึงภาพยนตร์อกหักรักสลาย

เดือนที่แล้ว ท่านคงได้อ่านเรื่องราวภาพยนตร์รักสุดซึ้งเรียกน้ำตา ภาพยนตร์ดราม่าสะท้อนความอบอุ่นในครอบครัว และภาพยนตร์ที่ท่วมท้นด้วยมิตรภาพของผองเพื่อนสมัยมัธยมปลาย สามธีมภาพยนตร์หลักที่มีชื่อภาพยนตร์สะดุดหูและเป็นที่กล่าวถึงมากที่สุดในปีนี้ แต่หากท่านคิดว่า ภาพยนตร์กลุ่มแรกที่เรานำเสนอไปแล้วนั้น คือ ที่สุดของภาพยนตร์ที่ท่านมองหา เราขอบอกได้เลยว่า ท่านกำลังเข้าใจผิดอย่างมาก สำหรับครั้งนี้ เราจึงขอแนะนำท่านให้ได้รู้จักกับภาพยนตร์กลุ่มที่สองที่เราคัดสรรมาเป็นอย่างดีสำหรับปี 2018 นี้ โดยทุกเรื่องล้วนได้รับเสียงตอบรับอย่างดีจากผู้ชมในทุกช่วงวัยมาแล้ว

1.One cut of the dead (カメラを止めるな)

วันคัท ซอมบี้งับๆๆๆ
ภาพยนตร์เรื่องนี้คือตัวแทนของภาพยนตร์ประจำปีนี้ที่ได้รวบรวมเอารูปแบบการถ่ายทำและการร้อยเรียงเรื่องราวสุดแปลกทุกอย่างเข้าไว้ด้วยกัน หนังเรื่อง “วันคัท ซอมบี้งับๆๆๆ” เริ่มจากการเป็นหนังต้นทุนต่ำ โดยกลุ่มผู้สร้างหนังและเหล่านักแสดงที่ยังไม่เป็นที่รู้จักกันดีนัก เมื่อหนังเรื่องนี้เข้าฉายครั้งแรก ได้เปิดฉากฉายบนจอหนังขนาดใหญ่ถึงสองจอ สร้างความฮือฮาและเป็นที่บอกต่อในหมู่คนรักหนังเป็นอย่างมาก หนังซึ่งให้อารมณ์สมจริงจนเราเชื่อสนิทใจ ฉากกระตุกขวัญแบบ Non-stop ต่อเนื่อง หนังซ้อนหนังที่ไม่เป็นอุปสรรคต่อการเข้าใจของคนดู สอดแทรกความตลกเชิงจิกกัดแบบเดียวกับที่พบได้ในรายการทีวีโชว์สมัยใหม่ ความสุดติ่ง ผสมผเสกับการถ่ายทำแบบบ้านๆ ที่กลับสร้างรายได้มหาศาลนี้ได้มอบแรงบันดาลใจเล็กๆ แก่คนดูว่า ในโลกของงานศิลป์แล้ว เราไม่จำเป็นต้องมีเงินทุนมหาศาลและอุปกรณ์เครื่องมือที่ดีที่สุดใด ก็สามารถสร้างพลังดึงดูดมากมายได้ ปัจจุบัน หนังเรื่องนี้กำลังโด่งดังชนิดฉุดไม่อยู่ในประเทศญี่ปุ่น ด้วยสถิติการเข้าฉายในโรงภาพยนตร์กว่า 300 แห่งทั่วประเทศ พร้อมผู้ชมจำนวนไม่น้อยที่ต้องย้อนกลับมาดูหนังเรื่องนี้ซ้ำอีก

พล๊อตเรื่องเป็นอย่างไรน่ะหรือ? เป็นเรื่องของทีมทำหนังที่เดินทางไปยังโรงบำบัดน้ำเสียแห่งหนึ่งที่ถูกทิ้งร้างมานานในแถบชนบทของประเทศญี่ปุ่น เพื่อถ่ายทำทีวีโชว์ซอมบี้แบบสดๆ ร่ำลือกันว่า สถานที่แห่งนี้ในอดีต ทหารญี่ปุ่นเคยใช้เป็น “สถานทดลองมนุษย์” ความชลมุนวุ่นวายวายป่วงจากซอมบี้ได้ถ่ายทอดออกมาเป็นการถ่ายทำแบบรวดเดียว 37 นาทีไม่มีการคัตหรือตัดต่อ ลุ้นระทึกไปกับ 37 นาทีที่ทีมงานต่างวิ่งหนีอย่างไม่คิดชีวิตเพื่อให้รอดพ้นจากการถูกฆ่า และนาทีแห่งการร้องขอชีวิตจากพระผู้เป็นเจ้าเพื่อให้ตนพ้นจากเหตุการณ์เพี้ยนๆ นี้ แต่เมื่อปุ่มรีเซ็ทถูกกด ฉากต่างๆ ก็ได้ย้อนสู่เวลาหนึ่งเดือนก่อนหน้าซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของเหตุการณ์ทั้งหลายนั้น

ควรรับชมร่วมกับ:รับชมเป็นกลุ่มกับเพื่อนๆ อีกหนึ่งหัวข้อพูดคุยที่จะเกิดขึ้นในกลุ่มเพื่อน ภายหลังการรับชม

ฉากที่ไม่ควรพลาดชม:การเปลี่ยนโหมดหนังในรูปแบบที่วงการหนังต้องจดจำ ผ่านบทบาทของนาโอะที่ดำเนินมาตลอดครึ่งเรื่อง

เหตุผลที่เราขอแนะนำ: เนื่องจากเป็นการพลิกโฉมหนังอินดี้ประเทศญี่ปุ่น ด้วยการทำรายได้สูงถึง 700 เท่าตัว เมื่อเทียบกับหนังแนวเดียวกัน คำตอบสำหรับทุกคำถามของท่านจะชัดเจนขึ้นอย่างแน่นอนเมื่อท่านได้รับชมช่วง 37 นาทีนั้นของหนังเรื่องนี้ 37 นาทีที่ท่านไม่ควรกระพริบตาแม้แต่น้อยขณะรับชม

2. Lu over the wall (夜明け告げるルーのうた)

ภาพยนตร์สุดครื้นเครงอลเวงที่เข้าฉายในงานเทศกาลภาพยนตร์ญี่ปุ่นประจำปีนี้ พบกับ ลู นางเงือกน้อยจอมป่วนที่มีนิสัยแตกต่างไปจากนางเงือกอื่นที่เคยมีมาในอดีต ตัวละคร ลู จะพาเราไปสัมผัสกับเมืองตกปลาเล็กๆ แห่งหนึ่งในเขตชนบทของประเทศญี่ปุ่นที่ซึ่งผู้คนหวาดกลัวกับเรื่องเล่าขานถึงความโหดร้ายที่เงือกจะจับมนุษย์กินเป็นอาหาร ตัวเอกของเรื่อง คือ ไค หนุ่มน้อยมัธยมปลายที่ย้ายมาอาศัยอยู่ที่นี่ด้วยจิตใจที่หดหู่ หลังจากที่พ่อแม่ของเขาหย่าร้างกัน เขาไม่ชอบทุกสิ่งที่นี่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้คนที่นี่ สิ่งเดียวที่ทำให้ไคมีความสุข คือ ดนตรี งานอดิเรกที่เป็นกุญแจไขเรื่องราวของหนังเรื่องนี้ ดนตรีทำให้ไคได้พบกับเพื่อนใหม่ของเขา ซึ่งก็คือ คุนิโอะ ยูโฮะ และ ลู ผู้หลงไหลในเสียงดนตรีและการเต้นรำ ไคและลูได้พัฒนาสัมพันธภาพที่ดีต่อกัน จน ลู กลายเป็นบุคคลสำคัญที่ช่วยให้ไคสามารถเอาชนะความเศร้าโศกเสียใจในอดีต และกลับมามีศรัทธาในชีวิตอีกครั้งได้ แต่ทว่า ลู ต้องอยู่อย่างหลบซ่อนตนเองให้พ้นจากสายตาของผู้อื่น จนกระทั่งวันหนึ่ง ผู้คนในเมืองเริ่มร่ำลือกันว่า ลู คือ เงือกน้อยที่คอยสาปแช่งพวกเขา ทำให้พวกเขาพยายามขับไล่ลูออกไป แต่แล้วก็มีเหตุการณ์ที่ทำให้ทุกฝ่ายมาถึงจุดที่ต่างยอมรับได้ว่า แท้จริงแล้ว ลู ไม่ใช่คนที่พยายามจะนำความแตกแยกมาถึงเมืองนี้เลย
ในยุคที่ผู้คนหวาดกลัว “สิ่งที่แตกต่างไปจากตน” เรื่องราวมิตรภาพสุดแสนประทับใจนี้ได้ตอกย้ำกับเราว่า การมองหาแพะรับบาปจากสิ่งที่เราไม่รู้จักมาก่อนเลย ย่อมไม่ใช่หนทางสลัดความหวาดกลัวนั้นออกไปจากตัวเรา แต่เมื่อใดก็ตาม ที่เราตัดสินใจปีนข้ามกำแพงนี้ไป อาจหมายถึง เวลาที่เราจะได้พบพานกับความสงบสุขและมิตรภาพใหม่ๆ ในแบบที่ไม่อาจคาดเดาได้เลย

ควรรับชมร่วมกับ:น้องแท้ๆ ของท่าน

ฉากที่ไม่ควรพลาดชม:เพลง อุตะ อุไต โนะ บัลลาด (Utautai no ballad) ของคาซุโยชิ ไซโตะที่ขับร้องในเวอร์ชันของไค ซึ้ง กินใจผู้ฟังไม่น้อยอย่างแน่นอน

เหตุผลที่เราขอแนะนำ: เนื่องจากเป็นหนังอนิเมชันแนวใหม่ที่แตกต่างไปจากทุกหนังอนิเมชันญี่ปุ่นที่เคยมีมา ผลงานของมาซาอากิ ยูอาสะ ผู้กำกับดาวรุ่งที่กำลังโด่งดังมากในเวลานี้ พร้อมอิ่มเอมไปกับความสดใส น่ารัก และอบอุ่นของนางเงือกน้อยจอมป่วน อีกหนึ่งเหตุผลที่ท่านไม่ควรพลาดชมหนังเรื่องนี้

3. The Crimes That Bind (祈りの幕が下りる時)

ตอนสุดท้ายของซีรีส์นักสืบเลื่องชื่อนามว่า คางะ เรื่องราวแนวสืบสวนสอบสวนที่เขียนโดยฮิงาชิโนะ เคโงะ The Crimes That Bind คือ หนังที่ถ่ายทอดเหตุอาชญากรรมและบทลงโทษที่เชื่อมโยงกับความรักลึกซึ้งไร้เงื่อนไขของสมาชิกในครอบครัว หนังเรื่องนี้เริ่มต้นจากเรื่องราวของศพศพหนึ่ง (จากนั้น จะเป็นการกล่าวถึงตัวนักสืบคางะทั้งหมด) ที่สำหรับคางะแล้ว ศพนั้นแตกต่างจากศพที่พบในคดีอื่น เพราะเป็นที่ร่างไร้วิญญาณของแม่ของคางะเอง บุคคลที่เป็นส่วนสำคัญยิ่งในชีวิตของเขาและจุดเริ่มต้นความบาดหมางในชีวิตวัยเด็กของเขา ยิ่งคางะสืบค้นคดีนี้มากเท่าใด เขายิ่งพบกับร่องรอย (และศพแล้วศพเล่า) มากมายที่ช่วยให้เขาสามารถเชื่อมโยงส่วนต่างๆ ได้เป็นอย่างดียิ่งขึ้น และยิ่งเมื่อเขาค้นพบหลากหลายเรื่องราวที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังเหตุฆาตรกรรมเหล่านั้น เขากลับยิ่งภาวนาให้ตนเองจะไม่ต้องรับรู้ความจริงใด รวมถึง ไม่ต้องคลี่คลายคดีเหล่านี้ให้จบลงด้วย การดำเนินเรื่องอย่างเข้าถึงอารมณ์จริงของตัวละครผ่านฝีมือการแสดงขั้นเทพที่นำโดยฮิโรชิ อะเบะ นานาโกะ มัตสึชิมะ และฟุมิโอะ โคฮินาตะ จะเรียกน้ำตาผู้ชมท่วมท้นหน้าจออย่างแน่นอน

ควรรับชมร่วมกับ: ใครบางคนที่ท่านสามารถร้องไห้ด้วยได้อย่างไม่เขินอาย

ฉากที่ไม่ควรพลาดชม:ฉากที่ฮิโรมิและพ่อของเธอกลับมาพบกันเพื่อเข้าสู่ห้วงเวลาสุดท้ายในอุโมงค์แห่งความตาย

เหตุผลที่เราขอแนะนำ: เนื่องจากในตอนท้ายของหนังจะเผยให้เรารู้ถึงความลับบางอย่างในตัวของคางะ เคียวอิจิโร่ ท่านจะได้ร่วมด่ำดิ่งสู่ทุกห้วงความหวาดหวั่นใจ ผ่านการเปลี่ยนโหมดอันลึกลับชวนค้นหา ให้กลายเป็นฉากชีวิตที่ลึกซึ้งและสลับซับซ้อนด้วยกัน

4. Laughing Under the Clouds (曇天に笑)

เย้ยพยับเมฆา หรือชื่อในภาษาญี่ปุ่น คือ ดอนเตน นิ วาราอุ อีกหนึ่งหนังฟอร์มใหญ่ฉบับคนแสดงที่ดัดแปลงจากการ์ตูนดังแนวเหนือธรรมชาติ ผลงานของคะระคะระ เคมุริ จะพาเราย้อนไปสู่ยุคเมจิตอนต้นของประเทศญี่ปุ่น ซึ่งนับเป็นช่วงเวลาแห่งความโกลาหลและการแบ่งแยกทางการเมือง เทนกะ ชายหนุ่มผู้สืบทอดตระกูลคุโมะแห่งโอซุ จังหวัดชิงะ วีรบุรุษแห่งเมือง ผู้นำความมั่นคง ปลอดภัย และเสียงหัวเราะมาสู่ผู้คนในเมือง แม้เทนกะจะมีความสนใจพิเศษในบางสิ่ง แต่เขาก็ไม่ลืมภารกิจหลักในชีวิต หลังจากที่พ่อแม่ของเขาถูกกลุ่มนินจารุ่นก่อนฆ่าตาย ภารกิจนั้นก็คือ การปกป้องน้องชายทั้งสอง ซึ่งก็คือ โซรามารุ หนุ่มหัวรั้นและ ชูโทโร หนุ่มน้อยผู้กำลังเติบใหญ่ แต่แล้ววันหนึ่ง ชีวิตอันสงบสุขของพวกเขาก็ต้องมาสะดุดลง ในยามที่ท้องฟ้ามืดครึ้มผิดปกติเป็นเวลานาน สัญญาณหายนะที่คืบคลานมาในร่างของงูยักษ์ ปีศาจร้ายที่จะตื่นขึ้นในทุก 300 ปีได้ย่างกรายเข้ามาในเมืองนี้ ปีศาจนี้มีนามว่า โอโรชิ ปีศาจที่ได้กลายร่างเป็นมนุษย์ ผู้คนรู้ว่าเขาอยู่ที่นี่ และรู้ว่าเป้าหมายของมัน คือ การหาร่างของใครสักคนเป็นที่สิงสู่ สำหรับเทนกะแล้ว การมาเยือนของปีศาจร้ายนี้จะกลายเป็นจุดจบแห่งวันอันแสนสุขของเขา หรือเป็นจุดเริ่มต้นของบางสิ่งกันแน่
หนังเรื่องนี้เต็มด้วยฉากบู๊ที่มาพร้อมเทคนิคพิเศษอันน่าตื่นเต้น หวาดเสียว ชวนให้นึกถึงหนังเรื่อง สามทหารเสือ (ชื่อภาษาอังกฤษ คือ The Three Musketeers) หนังอีกเรื่องที่จะกระตุกต่อมความมันส์ระลึกใจของท่านจนนาทีสุดท้ายของเรื่อง

ควรรับชมร่วมกับ: เพื่อนชายที่ดีที่สุดของท่าน

ฉากที่ไม่ควรพลาดชม:ฉากที่มีกลองไทโกะ และการเปิดตัวมัตสึริ

เหตุผลที่เราขอแนะนำ: ความเข้มข้นในฉากบู๊ต่อสู้กันของเหล่านักแสดงวัยรุ่นที่มีชื่อเสียงที่สุดของประเทศญี่ปุ่นในเวลานี้ (ไม่ว่าจะเป็น โชตะ ฟุคุชิ ยูมะ นากายามะ ยูกิ ฟุรุคาว่าและอื่นๆ อีกคับคั่ง) ตื่นตาตื่นใจไปกับเครื่องแต่งกายแนวคอสเพลย์จากทั่วทุกมุมโลก ที่จะสะดุดสายตาของท่านผู้ชมไม่น้อย

5.COLOR ME TRUE (今夜、ロマンス劇場で)

หลายปีผ่านไป ในที่สุด ปีนี้ ตัวละครร้ายจากหนังเรื่อง เดอะ ริง นามว่า ซาดาโกะ หญิงสาวชาวญี่ปุ่นเพียงคนเดียวก็ได้หลุดออกมานอกจอโทรทัศน์ เป็นเวลาสองทศวรรษพอดีที่ซีรีส์นั้นได้ออกฉาย โชคดีที่การกลับมาครั้งนี้ไม่ใช่แนวสยองขวัญ แต่เป็นหนังรักโรแมนติกแนวตลกขบขันระคนแฟนตาซี กับ Tonight, at the Movies หนังที่มิยูกิ ฮีโร่สาวของเรา (แสดงโดย ฮารุกะ อายาเสะ) นักแสดงสาวสวยที่มีชีวิตอยู่ในจอขาวดำช่วงยุค 60 เธอได้หลุดออกมานอกจอ และปรากฏตรงหน้าเคนจิ (แสดงโดย เคนทาโร่ ซาคากุจิ) ชายหนุ่มผู้มีอาชีพผู้ช่วยผู้กำกับที่ตกหลุมรักมิยูกิเข้าอย่างจัง สำหรับเคนจิแล้ว แม้เรื่องราวที่เกินเหลือเชื่อนี้จะสร้างความประหลาดให้ชายหนุ่มไม่น้อย แต่เขาได้ฉวยทุกขณะเวลาที่อยู่กับมิยูกิ หญิงสาวที่เขาคงมีโอกาสได้พานพบเพียงครั้งเดียวในชีวิต เพื่อทำความรู้จักกับเธอ หรืออาจจะทำมากกว่าแค่ได้รู้จักเธอ หญิงสาวที่ในโลกของเธอมีแต่สีขาวกับดำมาโดยตลอด ยิ่งทั้งสองได้ใกล้ชิดสนิทกัน มิยูกิก็ได้เรียนรู้จักสีสันต่างๆ จากเคนจิ จนวันหนึ่งเธอยอมเปิดเผยความลับบางอย่างของเธอ ความลับซึ่งเคนจิเองก็อยากจะรู้อยู่แล้วไม่น้อย
หนังเรื่องนี้ได้แรงบันดาลใจส่วนหนึ่งมาจากหนังเรื่อง มหัศจรรย์รักข้ามภพ (ชื่อภาษาอังกฤษ คือ Enchanted) และหนังเรื่อง โรมรำลึก (ชื่อภาษาอังกฤษ คือ Roman Holiday) (เนื่องจากบางซีน อายาเสะดูคล้ายกันมากกับออดรีย์ เฮปเบิร์น) เรื่องราวที่ง่ายต่อการเข้าถึง อบอวลด้วยกลิ่นอายของวันวาน แต่เต็มด้วยสีสันละลานตา ร่วมประทับใจไปกับความสวยงามของเครื่องแต่งกายของอายาเสะและความสมบูรณ์แบบผ่านจอภาพยนตร์ เมื่อทั้งคู่เฝ้าคิดว่า จะเกิดอะไรขึ้นหากปาฏิหาริย์นี้จะกลับกลายเป็นเรื่องจริง หลากหลายฉากสุดซึ้งที่จะประทับในใจผู้ชมไปนานแสนนาน

ควรรับชมร่วมกับ:บางคนที่ท่านกำลังตกหลุมรักอย่างมาก

ฉากที่ไม่ควรพลาดชม: ฉากที่มิยูกิเต้นรำภายใต้ร่มไม้เลื้อย

เหตุผลที่เราขอแนะนำ: เพราะเป็นธรรมดาที่เราทุกคนย่อมอยากจะรู้ว่า จะเกิดอะไรขึ้น หากนักแสดงชายหรือหญิงที่เราชื่นชอบได้หลุดออกมาจากจอภาพยนตร์ และปรากฏให้เราเห็นตัวเป็นๆ ตรงหน้าเรา อีกหนึ่งหนังรักโนแมนติกที่จะเขย่าหัวใจของท่านไม่น้อย และนี่คือเหตุผลที่ท่านไม่ควรพลาดชมหนังเรื่องนี้

บทความโดย อเล็กซานดร้า ฮอมมะ

RECOMMEND POSTS

ページトップへ