TOP > ALL > GENERAL > ภาพยนตร์ญี่ปุ่น 5 เรื่อง ที่ผู้คนกล่าวถึงในปี 2018: ภาค 1
GENERAL

ภาพยนตร์ญี่ปุ่น 5 เรื่อง ที่ผู้คนกล่าวถึงในปี 2018: ภาค 1

หัวเราะ ร้องไห้ และสัมผัสอีกมิติของประเทศญี่ปุ่นไปกับภาพยนตร์เรื่องล่าสุดเหล่านี้

ทุกปี เราจะได้พบกับชื่อหนังหลายๆ เรื่องที่ช่วยมอบแรงบันดาลใจ ให้คติแง่คิดแก่เรา ตลอดจน พาเราร่วมเดินทางท่องจินตนาการไปกับชีวิตจริงอีกฉากอย่างเพลิดเพลินใจ โดยในปี 2018 นี้ อุตสาหกรรมภาพยนตร์ของประเทศญี่ปุ่นยังคงความต่อเนื่องในการผลิตผลงานภาพยนตร์อันยอดเยี่ยมออกมาสู่สายตาผู้ชมอยู่หลายเรื่อง ทุกเรื่องล้วนประสบความสำเร็จยิ่งในการมอบอรรถรสความบันเทิงอย่างจุใจแก่ผู้ชม จนผู้ชมเองไม่อาจละออกจากที่นั่งในโรงภาพยนตร์ได้แม้แต่เสี้ยวนาที ด้วยเหตุผลพื้นฐานเพียงข้อเดียว คือ เนื่องจากภาพยนตร์ทุกเรื่องสามารถเข้าถึงความรู้สึกในส่วนลึกสุดของเรา ด้วยรูปแบบที่ง่ายต่อการมีส่วนร่วมไปพร้อมกันนั่นเอง และนี่ คือ ผลงานภาพยนตร์ 5 เรื่องที่ชนะใจผู้ชมมานักต่อนักแล้วในปีนี้ จนกลายเป็นทอร์คออฟเดอะทาวน์ ทั้งยังเป็นเรื่องราวที่พาให้เราได้หวนระลึกถึงแก่นชีวิตของเราที่เราอาจหลงลืมไปบ้างบางขณะเวลา ตราบใดที่ชีวิตยังต้องดำเนินอยู่ในสังคมแห่งความสับสน วุ่นวายนี้

1. จิฮายะฟุรุ กลอนรักพิชิตใจเธอ : ตอน 3

คำว่า “โอกาส” ที่ใครบางคนเดินมาพูดกับเรา ก็เหมือนประตูที่ไร้ซึ่งลูกบิดประตู – เราไม่สามารถเปิดเองได้ จนกว่าจะมีใครสักคนมาช่วยเปิดให้ หน้าที่ของเรา คือ จดจ่อรออยู่ที่หน้าประตูนั้น และพร้อมกระโจนตัวเข้าไปด้านใน เพื่อสวมกอดโอกาสที่ได้รับมาเสมอ โดยไม่สนใจว่าจะมีสิ่งใดรออยู่เบื้องหน้าบ้าง ภาพยนตร์เรื่องนี้เป็นส่วนสุดท้ายที่มีการนำการ์ตูนยอดนิยมซึ่งแต่งโดยอาจารย์ยูคิ สุเอะซึกุ มาปรับให้เป็นภาพยนตร์ที่สุดแสนประทับใจ สำหรับ จิฮายะฟุรุ กลอนรักพิชิตใจเธอ ตอน 3 นี้ เป็นการปิดบางฉากเพื่อก้าวสู่การเริ่มต้นครั้งใหม่ในชีวิต จากแรงบันดาลใจซึ่งเป็นธีมของภาพยนตร์เรื่องนี้ ว่าด้วยการสวมกอดโอกาสต่างๆ ในชีวิตของคนคนหนึ่ง ในช่วงเวลาที่สามตัวละครหลักที่หลายท่านรู้จักเรื่องราวของพวกเขาดีอยู่แล้ว ทั้ง จิฮายะ (แสดงโดย ซึสุ ฮิโรเสะ) ไทจิ (แสดงโดย โนมูระ ชูเฮ) และอาราตะ (แสดงโดย อาราตะ แมคเคนยู) พร้อมแล้วที่จะอำลาชีวิตนักเรียนมัธยมศึกษา พวกเขาได้ค้นพบว่า ชีวิตกำลังแขวนอยู่กับความไม่แน่นอนบางอย่าง ทั้งทางเลือกที่สวนทางกัน ความกังวล สงสัย และความรู้สึกนึกคิดไปเองข้างเดียว แต่แล้ววันหนึ่งพวกเขาก็มาถึงจุดที่เข้าใจว่า คนที่เข้มแข็งไม่ได้อยู่ฝ่ายผู้ชนะเสมอไป แต่กลับเป็นคนที่ตั้งใจจะมอบแรงบันดาลใจแก่คนรอบข้างให้สามารถยืนหยัด เข้มแข็งกว่าเดิมได้ต่างหากที่ถือได้ว่าเป็นคนที่เข็มแข็งแท้จริง ในเรื่อง ท่านจะพบอุปสรรคมากมายในยามที่ต้องตัดใจจากบางสิ่งบางอย่าง มาร่วมติดตามชีวิตของ จิฮายะ ไทจิ และอาราตะ กับเรื่องราวที่ยิ่งสลับ ซับซ้อนมากกว่าที่ผ่านมาด้วยกัน – และท้ายที่สุด ท่านจะพบว่า แท้จริงแล้ว หลายอย่างอาจไม่เป็นอย่างที่คิดไว้ก็ได้

ควรรับชมร่วมกับ:เพื่อนในวัยเด็กของท่าน

ฉากที่ไม่ควรพลาดชม:ทุกฉากที่มองเข้าไปในดวงตาของจิฮายะ เมื่อจิฮายะได้ไพ่คารุตะและเข้าสู่การแข่งขันรอบชิงชนะเลิศ

เหตุผลที่เราขอแนะนำ:เนื่องจากเป็นตอนที่น่าประทับใจที่สุดในซีรีส์นี้ ถือได้ว่าเป็นผลงานชิ้นเอกของทั้งซีรีส์ ท่านจะได้พบกับเรื่องราวความรักระหว่างสามตัวละครนำที่ไม่อาจปิดซ่อนไว้ได้ในท้ายที่สุด

2. โลกทั้งใบมีเพียงเธอ

ความรักอาจเกิดขึ้นได้ในหลายรูปแบบ และไม่มีความรักใดที่จะสมบูรณ์แบบเสมอไปทั้งหมด แต่สำหรับบางคนแล้ว การได้ใส่ใจใครบางคน ถือเป็นความบริสุทธิ์ หนักแน่นที่มากพอจะเป็นแรงผลักดันให้สามารถก้าวข้ามอุปสรรคทุกอย่าง ราวกับว่าอุปสรรคนั้นเป็นเพียงหินสะดุดก้อนเล็กริมทางเดินอันแสนยาวไกลเท่านั้นเอง เพียงแค่นี้ ความรักที่สมบูรณ์แบบก็อยู่ไม่ไกลเกินเอื้อมแล้ว ซึกุมิ (แสดงโดย ฮานะ ซูกิซากิ) พนักงานบริษัท อายุ 24 ปี ได้กลับมาพบกับอิซึกิ (แสดงโดย อิวาตะ ทากะโนริ) คนรักของซึกุมิสมัยมัธยมศึกษาตอนปลายอีกครั้ง ในบริษัทที่ทำงานอยู่ แต่ในการพบกันครั้งนี้ ร่างกายและสถานะทางใจของอิซึกิกลับไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป เพราะเขาได้กลายเป็นผู้พิการที่ต้องนั่งรถเข็น และต้องการความช่วยเหลือในทุกที่ที่ไป จนในที่สุด เขาได้ตัดใจจากการมีความรักอีกครั้ง เพียงเพราะกังวลว่าตนเองคงเป็นได้แค่ภาระสำหรับอีกฝ่ายเท่านั้น แต่แล้ววันหนึ่ง เมื่อทั้งสองได้กลับมาใกล้ชิดกันอีกครั้ง ซึกุมิเริ่มเข้ามาเป็นส่วนสำคัญในชีวิตของอิซึกิ ทำให้เขาได้รู้ว่า ความรักที่สมบูรณ์แบบนั้นยังมีอยู่จริงแท้และแน่นอน
คนที่เรารักอาจไม่ได้อยู่กับเราเสมอไป หรือแม้ในอีกห้า หรือสิบปีข้างหน้านี้ พวกเขาอาจไม่ได้อยู่เคียงข้างเรา หรือสถานะบางอย่างของเขาอาจเปลี่ยนไป แต่ ความรัก ยังคงความหมายของ การเดินจับมือกันเดินไป แม้ในเวลาที่ความเลวร้ายถาโถมเข้ามาในชีวิตอย่างมากมายก็ตาม ภาพยนตร์เรื่องนี้จะพาท่านสัมผัสความรักอีกบทที่จะตราตรึงในหัวใจของท่านไปอีกนานเท่านาน

ควรรับชมร่วมกับ:บางคนที่ท่านรู้สึกพิเศษเป็นอย่างมาก

ฉากที่ไม่ควรพลาดชม:ฉากที่ซึกุมิไปเยี่ยมอิซึกิที่โรงพยาบาล และทั้งสองพบว่า ต่างคนต่างรู้สึกเป็นส่วนหนึ่งของกันและกันเพียงใด

เหตุผลที่เราขอแนะนำ:แม้จะเป็นธีมหนังที่ถ่ายทอดออกมาได้ยาก แต่ทั้งซูกิซากิและอิวาตะต่างสามารถแสดงได้อย่างสมบทบาท สร้างความประทับใจจนท่านอาจกลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่

3. มิกซ์ ดับเบิ้ลส

ไม่มีโฮมรันในกีฬาปิงปอง และไม่มีปาฏิหาริย์ใดจะเกิดขึ้นได้จริง แม้ปิงปองจะเป็นกีฬาง่ายๆ ไร้พิธีรีตรอง ไม่มีชุดยูนิฟอร์มที่เลิศหรู ไม่มีสปอตไลท์ แต่ก็เป็นกีฬาที่จะสามารถสอนบางสิ่งบางอย่างแก่เราได้ไม่น้อย ทั้งในเวลาที่เราท้อถอยใจ ในเวลาที่จะพยุงตัวเองก้าวต่อไป หรือในเวลาที่จะลุกขึ้นเปลี่ยนแปลงบางสิ่ง ทามาโกะ โทมิตะ (แสดงโดย อารางากิ ยุอิ) ผู้มีอัจฉริยภาพด้านปิงปองผู้ผิดหวังในความรัก ได้พาเราร่วมเดินทางไปกับฉากต่างๆ ของชีวิต หลังจากที่เธอพบว่าแฟนหนุ่มหน้าละอ่อนผู้เป็นนักกีฬาปิงปองดาวรุ่งพุ่งแรงของเธอนอกใจไปกับผู้หญิงอื่น เธอได้ตัดสินใจหันหลังให้ชีวิตเมือง มุ่งหน้าสู่ชนบท ดินแดนอันเป็นบ้านเกิดของเธอ ใช้ชีวิตเรื่อยเปื่อยไปกับการดื่มเหล้า และเกรี้ยวกราดไปวันๆ แต่แล้ววันหนึ่ง เธอก็ตัดสินใจที่จะกลับไปเอาชนะแฟนเก่าของเธอ เริ่มจากการที่เธอเปลี่ยนห้องเล่นปิงปองของแม่ผู้จากโลกนี้ไปแล้วให้กลับมาเป็นห้องที่มีชีวิตชีวาอีกครั้ง เธอพานักเรียนปิงปองซึ่งมีจำนวนไม่กี่คนของเธอเข้าสู่เวทีการแข่งขันระดับประเทศ เวทีซึ่งแฟนเก่าของเธอก็ได้ร่วมแข่งขันด้วย ทีมของทามาโกะประกอบไปด้วยคู่หูวัยกลางคน เซเลบหัวรั้นที่ไม่อยากเป็นภรรยาของหมอ เด็กเนิรด์คงแก่เรียน และฮางิวาระ ฮิซาชิ (แสดงโดย เอตะ) อดีตนักชกอาชีพผู้ใช้กีฬาปิงปองเป็นเครื่องมือสลัดความเศร้าโศกจากการสูญเสียครอบครัวออกไปจากชีวิต ในการแข่งขัน ทามาโกะได้จับคู่กับฮางิวาระ ต่อมาในช่วงท้ายของเรื่อง เขาคนนี้ได้กลายเป็นคนที่มีบทบาทสำคัญยิ่งต่อชีวิตของเธอ ทั้งช่วยเรียกความรัก ความศรัทธาในเกมการแข่งขันกลับมาให้เธออีกครั้ง เรื่องราวความสลับ ซับซ้อนและความหวาดหวั่นหัวใจ ตลอดเวลาที่พยายามเอาชนะใจตนเอง และการแข่งขันที่ถ่ายทอดผ่านภาพยนตร์เรื่องนี้จะนำความชุ่มฉ่ำหัวใจและรอยยิ้มมาสู่ผู้ชมได้อย่างแน่นอน

ควรรับชมร่วมกับ:เพื่อนที่ผิดหวังในความรักและต้องการเรียกความมั่นใจบางอย่างกลับมา

ฉากที่ไม่ควรพลาดชม:ฉากที่ฮางิวาระไปรับทามาโกะมาร่วมแข่งขันรอบตัดสิน และฉากที่เขาเผชิญหน้ากับแฟนเก่าของทามาโกะที่ร้านอาหารในมู้ดสุดเท่ห์

เหตุผลที่เราขอแนะนำ:เป็นภาพยนตร์กีฬาแนวโรแมนติกคอมเมดี้ เรียกเสียงหัวเราะและน้ำตาท่วมจ่อ เป็นอีกภาพยนตร์ที่จะสร้างความสุขให้กับคนรักหนังได้อย่างแน่อน

4. บันทึกน้ำตารัก 8 ปี

นานแค่ไหนที่เรารอคอยคนรักของเรา และเราต้องเข้มแข็ง หนักแน่นเพียงใดที่จะรอคอยต่อไป แม้ต้องเผชิญหน้ากับอนาคตที่ไม่อาจคาดเดาได้เลยก็ตาม ภาพยนตร์เรื่องนี้สร้างขึ้นจากเค้าโครงเรื่องจริงของคู่รักหนุ่มสาวคู่หนึ่งที่อาศัยในโอคายาม่า จังหวัดในทางตอนใต้ของประเทศญี่ปุ่น เรื่องราวที่เกิดขึ้นตลอดสถานะการหมั้นหมายของทั้งคู่ในช่วง 8 ปีเรียกน้ำตาคนทั้งประเทศอย่างท่วมถ้น อีกหนึ่งเรื่องราวความรักที่น่ายกย่องที่สุดเรื่องหนึ่งสำหรับสังคมยุคใหม่ในประเทศญี่ปุ่น เราจะได้เรียนรู้จักความรักในชีวิตของ มาอิ (แสดงโดย ทาโอะ ซึจิยะ) และ ฮิซาชิ (แสดงโดย ทาเครุ ซาโต้) คนรักของมาอิ ตั้งแต่เมื่อครั้งทั้งคู่พบ และตกหลุมรักกัน จนเข้าพิธีหมั้นและเริ่มต้นวางแผนการแต่งงาน แต่แล้วเมื่อไม่กี่เดือนก่อนพิธีแต่งงานแห่งความสุขใกล้เข้ามา มาอิเกิดสภาวะชักกะทันหันส่งผลให้เธอมีอาการฮีสทีเรียเป็นครั้งแรก จากนั้น เธอได้หมดสติไป และในที่สุดต้องเข้ารักษาตัวที่โรงพยาบาล อย่างไม่มีวี่แววว่าอาการจะดีขึ้นเลย เวลาผ่านไปปีกว่า มาอิก็รู้สึกตัวและฟื้นขึ้นมา แต่เธอกลับสูญเสียความทรงจำทั้งหมดเกี่ยวกับฮิซาชิไป กระนั้น ฮิซาชิยังคงให้กำลังใจตัวเองในการรอคอยให้มาอิคนเดิมกลับมา เขายังคงหวัง ยังคงเฝ้าภาวนา และจองสถานที่จัดงานแต่งงานที่เดิมในทุกๆ ปี และแล้วเมื่อเวลาผ่านไป 8 ปี ปาฏิหารย์ก็เกิด
ขึ้น ความรักที่แสนโรแมนติก อบอุ่น เรียกน้ำตาผ่านเรื่องราวของทั้งคู่จะพาผู้ชมทุกท่านกลับมาเชื่อมั่นในความรักอีกครั้งหนึ่งอย่างแน่นอน

ควรรับชมร่วมกับ:คนรักของท่านและคู่รักอีกคู่ในวันที่มีนัดเดทด้วยกัน

ฉากที่ไม่ควรพลาดชม:ฉากที่มาอิได้สารภาพกับฮิซาชิว่า เธอจำเขาไม่ได้ แต่ยังเอ่ยต่อไปว่า แท้จริงแล้ว เธอรู้สึกเช่นไรกับเขา รวมถึง คำพูดที่ฮิซาชิได้บอกเธอหลังจากนั้นด้วย

เหตุผลที่เราขอแนะนำ:เป็นภาพยนตร์ที่เตือนใจเราว่า ความรักที่สมหวังย่อมเกิดขึ้นได้ เมื่อเราเลือกที่จะฝ่าฟันทุกอุปสรรค ปัญหา หากท่านเผลอคิดว่า เรื่องราวแบบนี้สมบูรณ์แบบเกินไปที่จะเกิดขึ้นในชีวิตจริง เราขอย้ำอีกครั้งให้ท่านไม่ลืมว่า นี่คือเรื่องจริงที่เกิดขึ้น มิใช่เรื่องแต่งแต่อย่างใด นอกจากนี้ ทั้งซึจิยะและซาโต้ก็ได้ฝากฝีมือการแสดงไว้ได้อย่างยอดเยี่ยม จึงสร้างความน่าประทับให้ผู้ชมไม่แพ้เรื่องอื่นใดอย่างแน่นอน

5. ยากินิคุ ดราก้อน

เรื่องราวของบ้านหลังหนึ่งที่มีความเรียบง่าย ซ่อนตัวอยู่ในหุบเขาแคบ บนถนนที่ยังไม่ได้ลาดยาง และงานซักตากผ้าภายใต้แสงอาทิตย์ แหล่งพักพิงของครอบครัวหนึ่งที่ทุกคนในครอบครัวภูมิใจเรียกที่แห่งนี้ว่า “บ้าน” มาช้านาน ทั้งที่เป็นบ้านที่เสี่ยงอันตรายยิ่ง เหตุเพราะครอบครัวนี้ต้องใช้ชีวิตวนเวียนอยู่กับสิ่งที่อาจนำมาซึ่งการสูญเสียเลือดเนื้อและเรื่องราวการกั้นแบ่งระหว่างประเทศก็ตาม ภาพยนตร์เรื่องนี้เป็นการถ่ายทอดเรื่องราวของ ยากินิคุ ดราก้อน ร้านอาหารเนื้อย่างซึ่งเป็นกิจการของครอบครัวคิม ที่ประกอบด้วย ริวคิจิ ผู้เป็นพ่อ (แสดงโดย ซางโฮ คิม) ยอง ซูน ผู้เป็นแม่ (แสดงโดย ช็อง อึน ลี) ชิซุกะ (แสดงโดย โยโกะ มากิ) และริกะ (แสดงโดย มะโอะ อิโนะอุเอะ) ลูกสาวของริวคิจิ และมิกะ ลูกสาวของยอง ซูน (แสดงโดย นานามิ ซากุราบะ) และโทคิโอ (แสดงโดย ชินเปอิ โอเอะ) ลูกชายวัยรุ่นของริวคิจิกับยอง ซูน พวกเขาเป็นชาวเกาหลีที่อาศัยอยู่ในประเทศญี่ปุ่น พ่อแม่ทั้งสองถูกพาตัวมายังประเทศญี่ปุ่นในช่วงสงคราม (และไม่เคยได้กลับไปเกาหลีอีกเลยแม้สิ้นสงครามแล้วก็ตาม) ลูกของพวกเขาจึงเติบโตขึ้นมาในฐานะพลเมืองญี่ปุ่น จนกระทั่งวันหนึ่งพวกเขาก็ได้รู้ว่า ชีวิตไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบเสมอไป ในช่วงเวลาแห่งน้ำตา การต่อสู้ครั้งละเล็กน้อยที่เกิดขึ้นบ่อยครั้งจนมากเกินไป ช่วงที่เวลาที่คนในครอบครัวร้องตะโกนใส่กัน เรายังได้เห็นความอบอุ่น การยอมรับในวิถีชีวิตที่เป็นอยู่ ความหวังในอนาคต และการหวนคืนสู่รากเหง้าของตน แต่ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นตาม พวกเขาก็ยังคงสำนึกแห่งความเป็นครอบครัวเดียวกัน อีกหนึ่งภาพยนตร์ที่จะพาท่านสัมผัสความอ่อนไหวในการใช้ชีวิตของชนกลุ่มน้อยทางชาติพันธุ์ในประเทศญี่ปุ่น ความแตกต่างในมุมมองชีวิตจากรุ่นสู่รุ่น ความพยายามอย่างยิ่งของผู้คนที่จะเรียนรู้เพื่อยอมรับความสูญเสีย การมาถึงจุดที่แน่ใจอย่างที่สุดว่า บ้านคือแหล่งพักพิงที่แท้จริงของจิตใจ อีกหนึ่งภาพยนตร์ดีๆ ที่สร้างมาเพื่อผู้ชมที่อาจเคยสงสัยในที่มา ชาติพันธุ์ของตน หรือแม้แต่ความเป็นตัวตนของตนเอง

ควรรับชมร่วมกับ:รับชมคนเดียว และอาจติดต่อกับครอบครัวของท่านหลังดูหนังเรื่องนี้จบ

ฉากที่ไม่ควรพลาดชม:ฉากที่ริวคิจิต้องยอมรับความจริงด้วยหัวใจที่แตกสลายว่า เขาไม่สามารถก้าวผ่านความจริงบางอย่างไปได้ และฉากจูบต้องห้ามอันลึกซึ้งของริกะ

เหตุผลที่เราขอแนะนำ:เนื่องจากภาพยนตร์ที่ถ่ายทอดเรื่องราวชีวิตของครอบครัวหนึ่งที่แม้จะต้องสวมบทบาทที่สำคัญในช่วงที่เศรษฐกิจของประเทศญี่ปุ่นกำลังเติบโตขึ้นหลังสงคราม แต่พวกเขากลับไม่ได้รับความสนใจ ใส่ใจอย่างที่ควร เป็นเรื่องราวอันแสนอบอุ่น เคล้าเสียงหัวเราะและน้ำตา ตลอดจนฉากซึ้งประทับใจที่ท่านไม่ควรพลาดชมทุกช่วงตอน

สำหรับวัน สถานที่ และตารางการฉายภาพยนตร์ในเทศกาลภาพยนตร์ญี่ปุ่น 2018 ที่ประเทศของท่าน กรุณาดูรายละเอียดได้จากที่นี่

เรียบเรียงโดย ทีมบรรณาธิการเทศกาลภาพยนตร์ญี่ปุ่น

RECOMMEND POSTS

ページトップへ