Harmonium

© 2016映画「淵に立つ」製作委員会/COMME DES CINEMA

Toshio hires Yasaka to work in his workshop. But then this old acquaintance, who has just been released from prison, begins to meddle in Toshio’s family life…

© 2016映画「淵に立つ」製作委員会/COMME DES CINEMA

DIRECTOR
Koji Fukada
PRODUCER
Hiroshi Niimura, Masamichi Sawada
SCREENPLAY
Koji Fukada
YEAR
2016
LENGTH
119 min.
CAST
Tadanobu Asano, Kanji Furutachi, Mariko Tsutsui
CLASSIFICATION
Drama, Suspense / All age

AUDIENCE REVIEWS

  1. cutter says:

    Harmonium 1 ในหนังแห่งการล้างแค้นที่ดีเรื่องหนึ่ง รู้ซึ้งถึงคำว่าล้างแค้นที่แท้จริง ดนตรีบระกอบจากเสียงออร์แกน ผสมกับบรรยากาศชวนน่าสงสัยตลอดทั้งเรื่อง ทำให้ตัวหนังคาดเดาได้ยากมากว่าจะเกิดอะไรขึ้นอีกนับจากนั้น ความเงียบของหนังในบางช่วงสร้างความน่ากลัวและความไม่ไว้ใจกับตัวละคร โดยรวมแล้วชอบมาก และหนังยังทำให้เราคิดได้ว่า ทำไมคนที่ไม่รู้อิโหน่อิเหน่ต้องรับเคราะห์กรรมแทนผู้อืน ในส่วนนี้ทำให้เรารู้สึกหดหู่ไปในตัว พร้อมบทสรุปที่ทำให้เราต้องเก็บกลับมาคิดว่า การแก้แค้นนั้น ต้องทำขนาดไหนถึงจะสาสม …

  2. summer says:

    ตอนที่เห็นเรื่องย่อของหนังเรื่องนี้ เราก็คิดว่า "ทำไมมันสั้นจัง" และคิดว่าเขาคงจะไม่อยากบอกอะไรเรามาก ต้องลองไปดูเอาเอง

    แล้วมันก็เป็นอย่างนั้นจริง ๆ

    Harmonium เป็นหนังเกี่ยวกับการล้างแค้นที่เยือกเย็นและแสบมาก หนังเล่าถึงครอบครัวหนึ่งที่อยู่กับอย่างสงบสุข มีพ่อ แม่ ลูกสาว จนกระทั่งวันที่ "ยาซากะ" ปรากฏตัวขึ้นมาที่หน้าบ้านเพื่อของานทำและอาศัยอยู่ด้วย ก่อนจะจากไปโดยทิ้งบาดแผลเพียงเพียงหนึ่งแผลเอาไว้ก่อนมันจะเหวอะหวะและลุกลามไปทั้งครอบครัว

    เราคิดว่าเป้าหมายของการแก้แค้นนั้นคือการทำให้อีกฝ่ายเจ็บปวดและรู้สึกทรมาน
    แต่ความเจ็บปวดนั้นมีหลากหลายรูปแบบไม่ว่าจะทางกายหรือทางใจ และความ "อยากรู้" นั้นก็เป็นความทรมานในรูปแบบหนึ่ง
    ยาซากะได้ทำบางอย่างไปในวันนั้นโดยไม่มีใครรู้ว่าเกิดอะไรขึ้น ทิ้งความสงสัยเอาไว้และปล่อยให้ครอบครัวต้องเผชิญหน้ากับความจริงต่อไปอย่างโหดร้าย รวมไปถึงสิ่งที่ยาซากะไม่รู้ตัวว่าทิ้งไว้ก็ได้สร้างความเจ็บปวดให้อย่างสาสม

    หนังไม่ได้ใช้เสียงประกอบให้ดูลุ้น แต่กลับใช้ความเงียบกดดัน รวมไปถึงเสียงจาก "Harmonium" ที่แม้จะฟังดูสดใสแต่เสียงของมันกลับไม่ใช่เสียงที่จะทำให้นึกถึงสิ่งดี ๆ เท่าไหร่ พอดูจบถึงได้เข้าใจว่าทำไมหนังถึงได้ตั้งชื่อเรื่องแบบนี้

  3. noom says:

    Harmonium (2016, JAPAN)
    เอกลักษณ์อย่างหนึ่งของภาพยนตร์ญี่ปุ่นในหลายๆเรื่อง คือการสะท้อนมุมมองชีวิต สังคม และครอบครัว ในระดับที่ถึงแก่นลึกซึ้ง โดยเฉพาะประเด็นครอบครัว ภาพยนตร์ญี่ปุ่นที่มีชื่อเสียงในระดับนานาชาติหลายๆเรื่อง ได้สร้างสภาวะตระหนักรู้ถึงความสำคัญของการใช้ชีวิตร่วมกันที่เรียกว่า 'ครอบครัว' ไว้ ,และ Harmonium เรื่องนี้ก็เป็นเช่นนั้น ผู้กำกับKoji Fukada ได้เนรมิตฉากหรือซีนต่างๆ เพื่อตอกย้ำถึงความหมายของคำว่าครอบครัวอีกครั้ง โดยบอกเล่าผ่านเหตุการณ์การเปลี่ยนแปลงที่ค่อยๆเกิดขึ้นกับครอบครัวหนึ่ง โดยการมาถึงของ'คนนอก' ซึ่งบุคคลนั้นทำให้เกิดภาวะสูญญากาศอยู่ครู่หนึ่งในครอบครัว แต่กระนั้นคนนอกที่ว่าก็ไม่ใช่บุคคลแปลกหน้านักสำหรับผู้เป็นพ่อ เหตุเพราะเขาเป็นเพื่อนเก่าแก่ของผู้พ่อ และนอกเหนือกว่านั้นเขายังกุมความลับสำคัญในอดีตของพ่อผู้เป็นหัวหน้าครอบครัวไว้ จุดนั้นเองที่เป็นความเปราะบางอย่างหนึ่ง และค่อยๆสะท้อนออกมาเป็นความกังวลใจผ่านสูญญากาศดังกล่าวที่เกิดขึ้นในครอบครัวตั้งแต่การมาของคนนอก ,และเหตุนี้คือตัวแปรสำคัญที่กำลังทดสอบสิ่งที่เรียกว่าครอบครัว

    Harmonium เป็นชื่อของเครื่องดนตรีประเภทคีย์บอร์ด เป็นเครื่องดนตรีที่เป็นส่วนประกอบสำคัญในบรรยากาศของเรื่อง และควบคุมจังหวะแห่งความกังวลใจ แต่ในขณะเดียวกันก็ยังช่วยผ่อนคลายมันด้วยในบางครั้ง น่าสังเกตในจุดนี้อย่างมากว่า หากเปรียบเทียบกับคำว่าครอบครัวแล้ว ในช่วงจังหวะชีวิตของครอบครัวหนึ่งๆ ยอมมีกิจกรรมที่ทำให้เกิดความสุข ไม่ว่าจะเพียงแค่การไปเที่ยวเล็กๆน้อยๆในสุดสัปดาห์ การเล่นดนตรีของลูก หรือการกินข้าวพร้อมหน้ากัน กิจกรรมเหล่านี้จะว่าไปแล้วก็เป็นสิ่งที่สร้างบรรยากาศแห่งความสุขในครอบครัว ,แต่ในขณะเดียวกันก็มีเหตุปัจจัยอื่นๆ ที่ผสมให้เกิดความน่าเป็นห่วง/ความกังวล/ความตึงเครียดในครอบครัวอยู่เนืองๆ แต่ก็ไม่ใช่เรื่องผิดปกตินักสำหรับครอบครัวต่างๆล้วนต้องประสบกับสิ่งเหล่านี้ ท่วงทำนองของชีวิตแบบนี้ และถ้าจะกล่าวไปอีก ผู้เป็นพ่อในฐานะผู้นำครอบครัวจะสามารถจูงมือแม่และลูก หรือประคับประคองครอบครัว ให้เป็นครอบครัวที่สมบูรณ์ได้ถึงระดับไหน และแค่ไหน ในสภาวะที่เกิดความตึงเครียดแบบนั้น จังหวะของเสียงเครื่องดนตรี Harmonium จังหวะการมาถึงของคนนอก ในแง่นี้เองที่เป็นการทดสอบชีวิตครอบครัวที่กล่าวถึง ทดสอบความไว้เนื้อเชื่อใจ ทดสอบความหวัง ทดสอบทุกชีวิตในครอบครัว

    มุมมองต่อHarmonium โดยสรุปแล้วคือการมองห้วงเวลาของครอบครัวหนึ่งที่เริ่มเปลี่ยนแปลงไป เพื่อค้นหาความสมบูรณ์ของครอบครัว พร้อมๆกันกับการค้นพบความหมายของสิ่งที่สูญเสียไป ,เป็นภาพยนตร์สำหรับครอบครัวที่แม้ว่าบรรยากาศน่ากังวลแต่สร้างการตระหนึกรู้ถึงความสุขเล็กๆน้อยๆของครอบครัวที่ดีมากเรื่องหนึ่ง ,และเป็นภาพยนตร์ที่พยายามสร้างความหวังท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในครอบครัวโดยแท้

  4. pattama says:

    การมีชีวิตอยู่อย่างมีชนักติดหลัง หรือ เป็นหนี้เชีวิตใคร ย่อมทำให้ปราศจากความสุข
    โทชิโอะ เจ้าของโรงงานโลหะแห่งหนึ่ง เกิดความหวาดระแวงว่าความจริงอันชั่วร้ายของตนจะถูกเปิดโปง เมื่อคนรู้จักเก่าแก่ที่ชื่อยาซากะ ปรากฏตัวขึ้น ความสุขในครอบครัวสั่นคลอน แต่จำต้องรับเพื่อนเก่าเข้าทำงานและมาอยู่ร่วมชายคาบ้าน เพราะติดค้างหนี้บุญคุณโดยไม่รู้ว่าเพื่อนจะมาดีหรือมาร้าย หรือจะกลับมาแก้แค้น ในที่สุดครอบครัวของเขาก็ล่มสลาย เพื่อนผู้นี้จากไปอย่างไร้ร่องรอย ทิ้งความเคลือบแคลงไว้ในใจเขาว่า มันคุ้มหรือไม่ ที่เขาจะต้องเสียเงินและเสียเวลาถึง 8 ปี เพื่อสืบค้นปริศนาคาใจอันนี้

  5. sillapat says:

    Harmonium (淵に立つ)
    dir: Kōji Fukada
    There are plenty of revenge films in the world but Harmonium probably one of the best portraying how it actually feels being a victim from a revenge.
    That makes the first part of Harmonium very Suffocated to watch. We don't have a clue what will happen while story keeps going gently, and we also can't completely be at peace until something horrific happens. However, unlike other revenge films, Harmonium barely tells backstory or motivation of the offender, the film leaves audiences and victims with many missing puzzles.
    The film gives us exactly what victim gonna get from any incident which offender won't explain why they do such horrible things to the victim and they also won't give any warning upfront before the revenge.
    Therefore, it's basically about victims and how they handle life after the incident without knowing the truth or receiving any justice, because righteousness isn't part of revenge. Moreover, the film decides to craft the wife character as a religious who has strong faith in giving opportunity and goodness. So, it's heartbreaking to see a person like her depressingly collapse into hopelessness.
    personally I want to screen Harmonium with Gus Van Sant's Elephant as a conversation between offender and victim. Both are equally intense stuffs in their own ways.

  6. khimemon says:

    love this film fest

  7. kantakawee says:

    I do love this movie. The film depicts Asian resentment and torture. Quiet and deep But it can cause fear and paranoia in mind. The use of a small number of performers is also a hallmark of the film. Make a clear film story.

  8. chirapat says:

    …แต๊ก แต๊ก แต๊ก…

    เสียงจับจังหวะฮาร์โมเนี่ยมที่ลูกสาวของบ้านตัวละครหลักกำลังฝึกเล่น เป็นความเฉียบคมที่ใช้อธิบายสไตล์การกำกับของ Koji Fukada ที่ได้จังหวะจะโคน เป็นระเบียบตรงเผงตามความตั้งใจ หนังเป็นเหมือนบทเพลงสะท้อนผลของการกระทำ หรือจะเรียกว่ากฎแห่งกรรมก็คงจะไม่ผิดนัก

    บุรุษปริศนา ยาซากะ (Tadanobu Asano) ผู้เข้ามาสร้างความวุ่นวายให้ชีวิตของผัวเมีย โตชิโอะและอากิเอะ (Kanji Furutachi และ Mariko Tsutsui) ก่อนจากไปอีกครั้ง เป็นผลพวงจากการกระทำในอดีตของโตชิโอะ ผนวกกับการตัดสินใจจากความหลงใหลชั่ววูบของอากิเอะ ก่อให้เกิดกรรมของทั้งสองคนที่ถูกส่งต่อให้ผู้รับเคราะห์คือลูกสาว แต่ไม่มีใครกล้าปริปากยอมรับความจริงด้วยความอัปยศกับสิ่งที่ทำผิด รู้ลึก ๆ ว่าตนเป็นต้นเหตุแต่ไม่สามารถยอมรับออกมาได้ดัง ๆ

    เราชอบการปรากฏตัวแต่ละครั้งของยาซากะ ช่วงแรกมาในชุดขาว เหมือนเขามาเพื่อช่วยเหลือครอบครัว ก่อนความชั่วจะค่อย ๆ ปะทุ เขาปลดชุดขาวสะอาดออกเผยให้เห็นเสื้อสีแดงเลือดที่ซ่อนอยู่ด้านใน และแม้ตัวเขาจะสาบสูญไปแล้ว แต่ภาพยังตามหลอกหลอนผัวเมียไม่เลิกรา เพราะว่าทั้งคู่ยังปล่อยให้ความแค้นและความรู้สึกผิดมีอิทธิพลต่อชีวิต

    …จนกระทั่งถึงวันที่หนึ่งในนั้นเลือกจบมันลง

    ระหว่างเรื่อง Fukada ใช้ภาพบอกใบ้เหตุการณ์สำคัญช่วงท้ายได้น่าขนลุก โดดเด่นสุดคือซีนถ่ายรูปเล่นริมแม่น้ำที่อากิเอะชักภาพครอบครัวเธอและยาซากะนอนเรียงกัน กลายมาเป็นภาพส่งท้าย ยาซากะถูกแทนที่ด้วยลูกชายของเขาที่เข้ายื่นมือช่วยเหลือครอบครัวผู้โชคร้าย และความสุขใจที่กลายเป็นโศกนาฏกรรม

    Fukada ตั้งใจคุมโทนหนังให้ Heartless ไปหน่อย ทำให้ Heartbeat การดำเนินเรื่องเต้นน้อย แผ่วเบา จนเกือบง่วงเอาง่าย ๆ แต่ก็ได้บรรยากาศเยือกเย็นตามที่เขาวางแผนไว้เป็นอย่างดี

ページトップへ