Sanada Ten Braves

©2016『真田十勇士』製作委員会

14 years after the decisive Battle of Sekigahara, that virtually established the Tokugawa Shogunate’s hegemony over all of Japan under the shogun Ieyasu. But vestiges of the old order remains in the form of a final resistance by the Toyotomi clan. Entering the fray on the Toyotomi side is a soldier revered and respected by many as the kind of hero who only appears once in a hundred years: Yukimura Sanada. But all isn’t as it seems. Despite his manly appearance and reputation, Sanada owes his rise to glory to a miraculous string of good fortune, and is actually a “coward”. Fortunately, Sanada encounters a former ninja named Sasuke Sarutobi, who has fled his ninja roots in hopes of staking his place in history. Sasuke sets about bridging the gap between perception and reality for Sanada by concocting a brilliant plan of deception. He recruits 9 misfits and gives birth to the “Sanada Ten Braves” who get to work turning Sanada into “the greatest general in the land”. Summoned by the widow of ex-shogun, who has been seeking an opportunity to turn the tables, Sanada and his 10 braves soon find themselves on the front lines of the greatest power struggle in the land. Hunted by a female ninja, a “forbidden tryst” of Sanada, and then the center stage for the last major battle of the feudal period: the Siege of Osaka. As the siege movies from winter to ta protracted summer campaign, the question looms: Will Sasuke’s big gambit pay off, and will the Sanada Ten Braves succeed in altering the course of history?

© 2016『真田十勇士』製作委員会

DIRECTOR
Yukihiko Tsutsumi
PRODUCER
SCREENPLAY
Nozomi Makino, Tetsuya Suzuki
YEAR
2016
LENGTH
135 min.
CAST
Kankuro Nakamura, Tori Matsuzaka, Yuko Oshima, Kento Nagayama, Mitsuomi Takahashi, Taro Suruga, Masaya Kato, Shinobu Otake
CLASSIFICATION
Historical, Action / All age

AUDIENCE REVIEWS

  1. sasawat says:

    Sanada Ten Braves / Yukihiko Tsutsumi / 2016

    ถ้าให้สรุปสั้น ๆ เกี่ยวกับหนังเรื่องนี้คือ "แพงแต่เรื้อน" โปรดัคชันมีการลงทุนและแสดงศักยภาพมาก ๆ แค่เปิดเรื่องก็เล่าด้วยอนิเมชันแล้ว ไหนจะฉากสู้รบที่มีเอกซ์ตร้าไม่น้อย (โปรดอย่าเอาเปรียบเทียบกับหนังคุโรซาว่า อันนั้นแกรนด์มหากาพย์)

    ที่บอกว่าเรื้อนคือแค่หนังดำเนินเรื่องมาได้ราวสามนาที (เป็นอนิเมชัน) คนดูก็เข้าใจละว่าควรมองหนังเรื่องนี้ด้วยสายตายังไง อย่ามามัวสนใจความสมจริงแบบหนังซามูไรรบกันแบบเรื่องอื่นเลย มาเฮฮากับเราเถอะ เพราะอยู่ดี ๆ หนังก็ขึ้นข้อความขึ้นกลางแนิเมชันมาดื้อ ๆ เลยว่าหนังเรื่องนี้ไม่ใช่อนิเมะนะ ไอ้ที่จะดูจริง ๆ กำลังจะมา ซึ่งหนังใส่อีลิเมนท์ความประหลาดนี้ไว้ตลอดเรื่อง (เอาแค่เกณฑ์ในการเลือกคนมาร่วมเป็นซามูไรสิบคนนี่ก็ตรรกะเพี้ยนแล้ว) ซึ่งโดยรวมเราเพลินและสนุกไปกับสิ่งเหล่านี้มาก หลายอันใส่มาแบบไม่เน้นแต่โดนทุกชอต ที่ชอบสุด ๆ คือคุณพี่ทหารที่มีหน้าที่ตะโกนร้องสัญญาณเคลื่อนพล หน้าตาท่าทางแกตลกจริง ๆ

    จะมีเสียจนทำให้ชอบได้ไม่สุดก็คือความลำไยตรงกลางเรื่องตามสไตล์หนังญี่ปุ่นที่ต้องมีช่วงพักอารมณ์ เล่าความหลังปมต่าง ๆ ซึ่งเล่ายาวแล้วเหมือนยกพาร์ทอะไรพวกนี้มาต่อกันโดยไม่มีฉากตลกหรือแอคชันคั่นเลย ผลของความลำไยนี้คือกลางเรื่องอืดและน่าเบื่อมาก บางทีก็รู้สึกว่าตัดทิ้งไปก็ได้นะ (แต่หนังก็ยังโยงเรื่องพวกนี้ไปไว้ในตอนจบอยู่ ซึ่งก็โอเค๊)

    เอนด์เครดิตอาจจะเป็นสิ่งที่พีคที่สุดในเรื่องเพราะล้อและสอดคล้องกับธีมที่สื่อว่าไม่มีอะไรจริงทั้งนั้น พี่ผู้กำกับแกก็เลยเล่าต่อยาวแบบโม้ไปเรื่อยเลย แทบจะไปลุยยุทธจักรกันอยู่แล้ว 555

    #jffthailand #jffapac

  2. bkko0301 says:

    หนังที่เอามาฉายเปิดตัวเทศกาลหนังวันแรก
    เลือกดูแล้ว ไม่มีผิดหวังกับหนังเรื่องนี้
    แม้จะเป็นแนวพีเรียด แต่ก็สามารถดึงดูดในการดูหนังเรื่องนี้มาก จริงๆไม่ชอบแนวพีเรียดเท่าไหร่ แต่ดูเรื่องนี้กลัยทำให้ชอบหนังเรื่องนี้มากๆมัันตลก สนุก สอดแทรกข้อคิดดีๆมากมาย ทำให้เราไม่เบื่อในการดูหนังแนวพีเรียด
    มีหักมุมมากมายในหนัง ทำให้หนังเรื่องนี้น่าติดตาม
    เริ่มเรื่องจะเกริ่นด้วยอนิเมะเล็กๆน้อยๆ รู้สึกว่าเป็นที่แนวการนำเสนอของผู้กำกับที่ดีมากๆ อยากให้มีอนิเมะเรื่องนี้ในรูปแบบที่เอาพล็อตเรื่องมาจากหนังจริงๆ คงสนุกมาก
    และสุดท้ายหนังเรื่องยังสะท้อนวัฒนธรรมญี่ปุ่น อารมณ์มุมมองของแต่ละตัวละครได้อย่างดี โดยเฉพาะมุมมองของซานาดะ

  3. Françoise Nepse says:

    A little jewel !

  4. pattama says:

    ก่อนหนังฉาย producer ของหนังเรื่องนี้บินตรงมาจากญี่ปุ่น มาเล่าเบื้องหน้าเบื้องหลังให้ท่านผู้ชมฟัง ในวันเปิดเทศกาลภาพยนตร์ญี่ปุ่น ว่าภาพยนตร์เรื่องนี้เป็นวรรณกรรมเก่าแก่ยอดนิยม เป็นเรื่องที่ฮิตในประเทศญี่ปุ่น ถูกนำมาแสดงละครเวทีและถูกสร้างเป็น ภาพยนตร์หลายครั้ง แต่ละครั้งถูกตีความไปคนละแบบ
    ชาวญี่ปุ่นรู้ดีว่าตัวเอกเป็นโชกุนที่มีความเก่ง แต่ชาวญี่ปุ่นชอบเชียร์มวยรองที่ทำท่าจะแพ้ ซานาดะมีภาพจำในหัวของชาวญี่ปุ่นว่าเป็นนักรบที่เก่งกาจสามารถ แต่เรื่องนี้ตีความใหม่ว่าประวัติศาสตร์มันจริงหรือไม่จริง ลองเล่าเรื่องในมุมอื่นซึ่งอาจจะเป็นจริงก็ได้ เป็นเรื่องของความจริง-ความลวง
    นั่นคือหนังที่สร้างจากประวัติศาสตร์อาจเป็นเรื่องเล่า และเรื่องเล่าอาจจะเป็นประวัติศาสตร์ก็ได้
    ซานาดะ มีภาพลักษณ์เป็นคนกล้าหาญ ฉลาด แต่เมื่อ 400 ปีที่ผ่านมา ก็ไม่มีใครเห็นโชกุนตัวจริง เป็นเพียงเรื่องเล่า ปากต่อปาก จึงถูกตีความในแง่บวก ไม่มีใครรู้ความจริง ทั้งคนรุ่นนั้นและรุ่นนี้ เช่น นักกีฬาเหรียญทองเก่งกล้าในสนาม แต่อยู่บ้านอาจขี้กลัวก็เป็นได้ เขาจึงสร้างพระเอกเรื่องนี้ให้ดูมีความเป็นมนุษย์ สร้างความเป็นมนุษย์ ให้กับวีรบุรุษในประวัติศาสตร์
    ที่กล่าวมาข้างต้น คือคำเปิดใจของโปรดิวเซอร์เรื่องนี้
    หลังฟังโปรดิวเซอร์เปิดใจ ตามด้วยพระเอกรูปหล่อคุยกับแฟนภาพยนตร์ว่าภูมิใจที่ได้รับบทพระเอก ฉันก็ได้ดูภาพยนตร์นี้ สมกับที่รอคอย และคิดว่าอาจเป็นเพราะประเด็นความจริง-ความลวงก็เป็นได้ จึงทำให้ producer เลือกเปิดเรื่องด้วยการใช้การ์ตูนแสดงแทนคน ( น่าเสียดายที่ไม่มีการพูดคุยกันกับโปรดิวเซอร์หลังภาพยนตร์จบ จะได้ไขข้อข้องใจอันนี้ ) อยู่หลายฉาก จนต้องขึ้นข้อความบนจอบอกคนดูว่า เรื่องนี้ไม่ใช่ภาพยนตร์การ์ตูน ซึ่งวิธีนำเสนอเช่นนี้แปลกและน่าสนใจมาก
    "แท้จริง ข้าไม่ใช่คนเก่งอะไร "
    นี่คือประโยคเปิดตัวยูกิมูระ ซานาดะ พระเอกในหนังซามูไรย้อนยุคเรื่องนี้ที่เล่าเรื่องประวัติศาสตร์ในอีกแง่มุมหนึ่ง แท้จริงเขาเป็นคนขี้ขลาดที่บังเอิญได้เจออดีตนินจาที่ช่วยรวบรวม 9 นักรบมาช่วยกันต่อสู้เ พื่อให้ซานาดะเป็นนายพลที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในแผ่นดินต่างหาก
    เมื่อดูเรื่องนี้จบแล้ว ฉันอดคิดถึงเรื่อง"ราโชมอน" อันเลื่องชื่อของญี่ปุ่นไม่ได้ วิธีการเล่าเรื่องจากมุมมองของตัวละครแต่ละตัวว่า เหตุการณ์เดียวกัน แต่เล่าไม่ตรงกัน แล้วคุณจะเชื่อใครดีล่ะ " "ประวัติศาสตร์คือนิยายที่ถูกเขียนโดยผู้ชนะ " คำกล่าวนี้น่าคิดยิ่งขึ้น หลังจากดูภาพยนตร์เรื่องนี้จบลง
    คุณคงต้องไปหาคำตอบ ด้วยการไปชมภาพยนตร์เรื่องนี้ด้วยตนเองแล้วกระมัง

  5. janjii says:

    ได้รู้ถึงประวัติศาสตร์ของประเทศญี่ปุ่นในสมัยก่อนเนื้อหาสนุกมึการวางแผนเป็นฉากเป็นตอนได้ดี บางฉากก็มึความซับซ้อน ได้เรียนรู้การใช้ชีวิตของคนในอดีตของญี่ปุ่นก่อนจะมาเป็นเมืองดังเช่นทุกวันนี้ ภาพยนตร์ไม่เคร่งเครียดมากเกินไป มีการนำตัวละครพระเอกของเรื่องมาสร้างสรรค์ความสุข ในทางเดียวกันก็มีเนื้อหาความเศร้าระหว่างมิตรภาพสำหรับคำว่าเพื่อนและการปกครองเมืองที่ผู้นำต้องทำหน้าที่ของตนให้ดีที่สุดจนหมดลมหายใจ ทำให้ภาพยนตร์เรื่องนี้ดูซาบซึ้งเนื้อหาสะเทือนใจทุกฉากทุกตอนเป็นอย่างมาก

Leave a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked

On the contents of the check, please send.

ページトップへ